ซ่งเอ้อโก่วเอ่ยด้วยความลำพองใจ “ใช่ครับ ดูหนังมาหลายสิบปี เหอะๆ ฝันอยากถ่ายหนังมาตลอด ไม่นึกเลยว่าครั้งนี้จะสมหวัง ฮ่าๆ…ท่านดู กองถ่ายให้เสื้อผ้านี่มา เมื่อวานตอนแจกยังสกปรกอยู่เลย ผมซักทั้งคืน อังเตา ตากแห้ง เป็นยังไง? หล่อไหม? เหมือนคนป่วยรึเปล่า? จะบอกให้นะ ผมน่ะเกิดผิดยุค ถ้าอยู่ยุคโบราณจะเป็นยอดวีรบุรุษแห่งยุค”
ซ่งเอ้อโก่ววางมาดยอดวีรบุรุษ
แต่…
ป้าบ!
“ซ่งเอ้อโก่ว คุยโม้อะไรอยู่ได้? แกเนี่ยนะยอดวีรบุรุษ? ในยุคโบราณแกน่ะเป็นสือเชียน[1]” หวังโอ้วกุ้ยตบเข้าที่หมวกซ่งเอ้อโก่วจนหมวกลอยไป
ซ่งเอ้อโก่วรีบเก็บหมวกมาเป่าฝุ่นด้านบน ก่อนแสยะยิ้ม “นั่นก็เป็นวีรบุรุษแห่งเขาเหลียงซานเหมือนกัน สามสิบหกดาวฟ้ากับเจ็ดสิบสองสหายดิน กลุ่มดาวยี่สิบแปดดวงสี่สัตว์เทพ เป็นยอดฝีมือเลยนะ!”
“เอาล่ะๆ รีบไปรวมได้แล้ว ถ้ามัวคุยโม้จะให้กองถ่ายตัดแกออก” หวังโอ้วกุ้ยยิ้ม
ซ่งเอ้อโก่วหันไปมอง ทุกคนเริ่มรวมตัวกันแล้วจริงๆ จึงบอกลาฟางเจิ้งแล้ววิ่งไปรวมอย่างว่าง่าย
ฟางเจิ้งมองไปยิ้มๆ “ทุกคนดูอารมณ์ดีกันมากเลยนะ”
“แน่นอน ก็เป็นพวกคอหนังกันทั้งนั้น จู่ๆ ได้ถ่ายหนังไม่ดีสิแปลก อีกอย่างยังไม่ต้นฤดูใบไม้ผลิเลยมีแต่คนว่างงาน ถ้าจะให้คุยเล่นสนุก คุยโม้ เล่นไพ่นกกระจอกกันไปวันๆ สู้มาแสดงหมู่ดีกว่ายังได้เงินด้วย ทุกคนเลยยอมมากัน…” หวังโอ้วกุ้ยหัวเราะเหอะๆ แม้กองถ่ายจะมาแค่สองสามวัน แต่หลายวันนี้การกินดื่มกระจายไปในหมู่บ้าน พ