ขณะเดียวกันห่างจากจุดที่ฟางเจิ้งสวดมนต์อยู่ไม่ไกล มีร่างเงาหนึ่งเพิ่มมา
“โง่ สวดมนต์ให้นาฟังเนี่ยนะ หรือว่าสวดมนต์จะทำให้เมล็ดต้านความหนาวได้?” หลี่เสวี่ยอิงมองทุกอย่างตรงหน้าอย่างหมดคำจะพูด
แต่ว่าภาพตรงหน้าสวยมากจริงๆ
คน…ประหนึ่งเจ้าปกครองโลก หมาป่า…สัตว์กินเนื้อที่มีนิสัยบ้าระห่ำยากจะให้เชื่อง กระรอกหลักแหลมน่ารัก และยังมีลิงกระปรี้กระเปล่าว่องไว รวมเข้าด้วยกันตามหลักแล้วน่าจะเป็นสงครามที่มั่วถึงจะถูก แต่ตอนนี้กลับกลมกลืนกัน ประกอบกับดวงตะวันนั้น นี่ไม่ใช่ทิวทัศน์ธรรมดาเลย แต่เป็นภาพหนึ่ง!
หลี่เสวี่ยอิงหยิบมือถือออกมาถ่ายรูปนี้ไว้ พลางอยากจะลงในโซเชี่ยวตามจิตใต้สำนึก แต่ช่วงที่จะกดยืนยันนั้นกลับหยุดชะงัก
เธอมองหลวงจีนตรงหน้าก่อนมองเหล่าสัตว์ มองวัดที่เงียบสงัด หลี่เสวี่ยอิงส่ายหน้า “ความสงบเงียบที่หาได้ยากแบบนี้ทำไมต้องให้ความรุ่งเรืองมารบกวน?” ดังนั้นเธอเลยกดยกเลิกไป
แต่เธอกลับไม่รู้ว่าการกดครั้งนี้ทำให้ฟางเจิ้งพลาดโอกาสที่จะสำเร็จภารกิจไป ถ้าฟางเจิ้งรู้คงต้องร้องไห้แน่ๆ…
หลี่เสวี่ยอิงมาอยู่ตรงหน้าฟางเจิ้ง แต่ฟางเจิ้งไม่รู้ว่าเธอมา เขายังคงสวดมนต์ต่อ
หลี่เสวี่ยอิงฟังสวดมนต์พลางมองตะวันลาลับสาดแสงลงในนาน้อยๆ สะท้อนเป็นแสงทองบนใบหน้าฟางเจิ้ง วินาทีนี้เองเธอเหมือนเห็นพระพุทธองค์กายทองคำ ในใจสงบลงโดยไม่รู้ตัว นั่งลงบนพื้น ไม่สนดินและความเย็นบนพื้น นั่งมองฟางเจิ้งอยู่แบบนี้ นัยน์ตาเร