วร ไอ้โง่ตัวใหญ่แรงเยอะยังเป็นแบบนี้ นี่มันเหนือธรรมชาติไปรึเปล่า?” หลินตงสือกับเหล่าเถาพูด
“ถ้าอย่างนั้นเข้าไปดูด้วยกันไหม? คนเยอะต้องมีพลังมากกว่า ลุยฝ่าแม่งไปให้หมดเลย” เหล่าเถาว่า
หลินตงสือกัดฟัน “ไป ไปดูกัน”
ดังนั้นกลุ่มคนจึงเดินเข้าไป ระหว่างทางทำใจกล้าหาญตลอด จนเข้ามาใกล้จริงๆ แล้วพวกหลินตงสือถึงกับผงะ
สุดท้ายคนพวกนี้ถูกไล่ไปด้วยความไม่เต็มใจ ไม่นานก็เอาผ้าห่มกับเตาไฟเข้ามา ต่อมาทุกคนล้อมรอบฟางเจิ้ง นั่งฟังสวดมนต์กันทั้งหมด ระหว่างนี้ไม่มีใครกล้าส่งเสียง กลัวว่าจะรบกวนการสวดมนต์
ขณะนี้เองฟางเจิ้งไม่รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงภายนอก เขากำลังสัมผัสอยู่ในขั้นตอนการมองสิ่งมีชีวิตเติบโตทั้งกายและใจ นั่นคือความรู้สึกที่สิ่งมีชีวิตนั้นท้าสู้กับสิ่งกีดขวางทุกอย่างและทะลวงดินออกมา เขาประทับใจจิตใจที่ไม่หวั่นเกรงนั้นอย่างลึกซึ้ง จิตใจจมอยู่ภายใน การสวดมนต์กลายเป็นการสวดโดยไม่รู้ตัว และในความรู้ตัวนี้แฝงไว้ด้วยการมองในใจ ขบคิดในใจ ทำให้การสวดมนต์มีความเงียบสงัดของสิ่งมีชีวิตและพลังของการเติบโต ประกอบกับผลของจีวรขาวจันทร์รวมถึงกลิ่นอายพุทธที่แผ่มาตอนข้าวผลึกเติบโต เลยทำให้ทุกคนถูกดึงเข้าไปกลางการตระหนักอารมณ์ความรู้สึกของฟางเจิ้ง