ลยไม่มีใจไปสนของทางโลกพวกนี้
หวังโอ้วกุ้ยดีใจใหญ่ วางสายแล้วกลับไปคุยเรื่องการร่วมงานกัน
เงื่อนไขของหวังโอ้วกุ้ยไม่เยอะ แค่ไม่รบกวนความสงบของวัด ส่วนเรื่องอาหารและที่พักของกองถ่ายต้องจัดในหมู่บ้าน ในหมู่บ้านจะไม่เรียกราคาสูง ราคาเป็นธรรม รับรองเรื่องสุขอนามัยสะอาดเป็นต้น…
ผู้กำกับอวี๋เห็นหวังโอ้วกุ้ยพูดอย่างจริงใจไม่ได้หลอกพวกเขา ทุกอย่างเหมาะสมก็ย่อมพอใจมาก สองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันเลยคุยกันง่าย
จนกระทั่งผู้กำกับอวี๋ออกจากหมู่บ้านไปยังหัวเราะหึๆ ลูบเคราพลางว่า “ไปมาหลายที่ นี่เป็นที่แรกเลยนะที่เจอหมู่บ้านจริงใจแบบนี้”
หลินตงสือจุ๊ปากชื่นชม “จริงครับ แต่ก่อนหน้านี้พวกเราถ่ายหนังในวิวสวยๆ ไม่เห็นมีชาวบ้านเลย มีแต่นักธุรกิจกับพ่อค้าคนกลางทั้งนั้น ก็ถือว่าปกติแหละครับ”
เหล่าเถาว่า “ที่นี่เป็นที่ห่างไกลความเจริญ คนก็จริงใจเป็นธรรมดา ไปมาหลายที่แล้ว นี่เป็นที่แรกเลยนะที่มีเงื่อนไขมาแค่นี้ แถมยังไม่หลอกลวงกันอีก”
“คนก็ง่ายๆ แบบนี้แหละ ดีแล้ว…ทุกคนจะได้สบายๆ” ผู้กำกับอวี๋บิดเอวขี้เกียจ พิงหลังต้นไม้หลับตาพักเหนื่อย “แจ้งกองถ่ายทั้งหมดให้เตรียมตัว”
“ครับ!” หลินตงสือขานรับก่อนส่งข่าวไป
แต่ทางด้านฟางเจิ้งกำลังนั่งเหม่ออยู่หน้าประตู
“ภูเขาคือภูเขา น้ำคือน้ำ…หมายความว่าไงกันแน่? เกี่ยวอะไรกับการปลูกข้าว?” ฟางเจิ้งเกาหัว ส่ายหน้าด้วยความหงุดหงิด
“จี๊ดๆ” กระรอกกระโดดจากกำแพงลงมาที่บ่าฟางเจิ้ง เห็นท