่าทีกลัดกลุ้มจึงส่งเมล็ดสนให้ฟางเจิ้งเป็นครั้งแรก
ฟางเจิ้งลูบหัวเจ้าตัวน้อย “ขอบคุณนะ”
“เจี๊ยกๆ…” มีเสียงประหลาดดังมาแต่ไกล เป็นลิงวิ่งกลับมา ข้างหลังเป็นหมาป่าเดียวดายตามมาติดๆ พอมาถึงข้างหน้าหมาป่าเดียวดายพลันเพิ่มความเร็ว พุ่งกระโจนใส่ลิง เจ้าสองตัวนี้กลิ้งเป็นลูกขนุน ฟางเจิ้งเห็นแบบนั้นก็ขบขัน
พอฟางเจิ้งหัวเราะ เจ้าสองตัวนี้ก็ไม่เล่นกันแล้ว แต่นั่งลง เขาเห็นแบบนั้นถึงเข้าใจว่าเจ้าพวกนี้เห็นเขากลุ้มใจมานานเลยแสร้งก่อเรื่องเพื่อให้เขาหัวเราะ
ฟางเจิ้งยืนขึ้น “เอาล่ะ ขอบคุณที่พวกนายแสดงละครให้ดูนะ อาตมาไม่คิดแล้ว ไป เล่นกัน!”
“โฮ่ง!”
“เจี๊ยกๆ!”
“จี๊ดๆ…”
“ปัง!”
“โอ๊ย กระรอก ทำไมนายยังมีประทัดปาอีก? ครั้งก่อนนายปาหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?”
ปัง!
โฮ่ง! หมาป่าเดียวดายประท้วง!
“เจี๊ยกๆ…” ลิงปรบมือหัวเราะใหญ่ แต่ประทัดปาระเบิดตรงหน้าผากมันทีหนึ่ง ทำเอาตกใจจนหัวเราะไม่ออก
กระรอกหยิบถุงเล็กออกมาอย่างลำพองใจ ถุงนี่ฟางเจิ้งทำให้มันใช้ใส่เมล็ดสน จากนี้จะได้ไม่ต้องยัดใส่ปาก แต่เจ้านี่ดันใช้ใส่ประทัด!
“วิ่ง!” ฟางเจิ้งนำร่องหมุนตัวสับขาหนีไป
หมาป่าเดียวดายกับลิงวิ่งตามมาข้างหลัง กระรอกน้อยกลายร่างเป็นราชาปีศาจอยู่ข้างหลัง ถือประทัดปาวิ่งไล่ล่าตลอดทาง…
หลายวันต่อมาฟางเจิ้งละความยึดมั่นในใจลง ควรสวดมนต์ก็สวด ควรเคาะมู่อวี๋ก็เคาะ มีเวลาก็จะอ่านพุทธคัมภีร์ อ่านความเข้าใจในพระธรรมของคนอื่น ว่างๆ จะพาพวกตัวน้