งินมาให้เยอะๆ หน่อยนะ”
“เห็นแก่เงิน จะเอาเงินขนาดนั้นไปทำไม? อยากกินเหล้าอีกแล้วใช่ไหม?!” ฟางชิวต่อว่า
ฟางชิงเหอยิ้มแหยๆ ฟางอวิ๋นจิ้งหัวเราะเช่นกัน
ฟางเจิ้งเห็นแบบนั้นก็รู้ว่าจะพูดอะไรไม่ได้มากอีก เขาเป็นคนแต่งคำพูดเหล่านี้มาเอง ไม่มีในความเป็นจริง ถ้าแต่งต่อไปอีก พูดมากจะเสียเรื่องเอาได้เลยจะรีบตัดจบ ดังนั้นเขาจึงเดินเข้ามา “อมิตาพุทธ พวกโยม ถึงเวลาแล้ว ลงไปเถอะ”
“ขอบคุณมากไต้ซือ” ฟางชิงเหอ ฟางเสียงหลง ฟางชิวกล่าว
แต่ฟางอวิ๋นจิ้งกลับอาลัยอาวรณ์ “ไต้ซือ…เอ่อ ได้ไหมคะ?”
ฟางเจิ้งส่ายหน้าเล็กน้อย “สีกา ชีวิตคนเราไม่ถึงร้อยปี ในยมโลกหนึ่งวันโลกมนุษย์หนึ่งปี สำหรับโยมแล้วไม่ได้เจอพวกเขาร้อยปี แต่สำหรับพวกเขาแค่สามเดือนกว่าๆ เท่านั้น แค่เวลาภาคการศึกษาเดียวก็สิ้นสุดแล้ว โยมเรียนหนังสือบนโลกเถอะ ปิดเทอมแล้วค่อยกลับไปเยี่ยมพวกเขา ไฉนต้องทำแบบนี้?”
“แต่ว่าฉันจะผ่านไปร้อยปีจริงๆ เหรอคะ?” ฟางอวิ๋นจิ้งอ้อนวอน
ฟางเจิ้งเคาะหัวฟางอวิ๋นจิ้ง “เด็กทึ่ม ไม่ได้ให้โยมทรมานร้อยปี โยมมีเรื่องต้องทำมากมาย ลืมความหวังของพ่อแม่ของน้องชายไปแล้วเรอะ?”
ฟางอวิ๋นจิ้งพลันรู้สำนึก “รู้แล้วค่ะ ฉันจะต้องมีความสุขยิ่งกว่าเดิม ตอนที่เจอกันอีกครั้ง พวกเขาจะต้องภูมิใจในตัวฉัน!”
ฟางเจิ้งยิ้ม “อมิตาพุทธ เป็นอย่างนั้นแน่นอน! โยม ชีวิตคนเราดั่งความฝัน ความฝันดั่งชีวิตคนเรา จำคำในวันนี้ไว้”
โครม! ภาพตรงหน้าหายไป…
ฟางอวิ๋นจิ้