เศษจริงๆ…”
“หม่าเจวียน ทำไมเมื่อกี้ไม่ให้ฉันพูดล่ะ? เห็นๆ อยู่ว่าเป็นฝีมือของไต้ซือ” จ้าวต้าถงถาม
“ต้าถง เรื่องนี้น่ะ นอกจากจะมีหลักฐานมายืนยันจริงๆ จะพูดมั่วซั่วไม่ได้ เดี๋ยวจะสร้างปัญหาให้ไต้ซือ” หูหานว่า
หม่าเจวียนเสริม “ใช่ นายบอกว่าเป็นฝีมือไต้ซือ ถ้าอย่างนั้นฉันถามนาย ไต้ซือรักษาอวิ๋นจิ้งระยะเป็นพันลี้ได้ยังไง? หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ล่ะ? พูดมาสิ? ทำไมพูดไม่ออกรึไง? หึๆ…ขืนเรื่องรั่วไหลออกไปจริงๆ พูดอะไรก็ไม่ได้ คงจะถูกทุกคนมองว่าเป็นเรื่องตลก ที่สำคัญคือจะสร้างปัญหาให้ไต้ซือรู้ไหม?”
จ้าวต้าถงพยักหน้าเบาๆ สื่อว่าเข้าใจ แต่ก็ยังร้องขอความเป็นธรรมให้ฟางเจิ้ง “ทำความดีแต่ไม่ได้รับการยอมรับจากคนอื่นอย่างนั้นเหรอ? มีสิทธิ์อะไร?”
ขณะเดียวกันใต้ตึก หลิวอวิ๋นซูถามต่งเยวี่ยหรู “ป้าต่ง เอ่อ ป้ารักษาฟางอวิ๋นจิ้งจริงๆ เหรอครับ?”
ต่งเยวี่ยหรูได้ยินแบบนั้นจึงหัวเราะแห้งๆ ตบบ่าหลิวอวิ๋นซู “อวิ๋นซู โลกนี้ใหญ่มาก จะต้องเรียนรู้การมองโลกกว้างไกล อย่าให้ตัวเองคร่ำครึอยู่ในกรอบ ก่อนหน้านี้ป้าเป็นกบในกะลา คิดว่าวิทยาศาสตร์เป็นตัวแทนโลก แต่ความจริงเป็นเพียงฟ้าใหญ่เท่าฝ่ามือเท่านั้น โลกนี้มีคนที่มีฝีมือนับไม่ถ้วน วันหลังอย่าสงสัยคนอื่นมั่วซั่ว แน่นอนว่าวิทยาศาสตร์ก็ยังเป็นรากฐาน ตั้งใจเรียนล่ะ…”
พูดจบต่งเยวี่ยหรูก็จากไป
เหลือเพียงหลิวอวิ๋นซูที่ทำหน้าประหลาดใจ
ต่งเยวี่ยหรูขึ้นรถ ควักเถ้าถ่านในกระเป๋าอ