วกเรา! ถ้าอย่างนั้นฉันจะไม่เกรงใจแล้ว! จุดไฟเผาวัด! ต้าขุย แกอุดปากประตูไว้ ไม่ว่ายังไงก็อย่าให้มันออกมา” เหมียวหลงกล่าว
ต้าขุยได้ยินดังนั้นจึงกัดฟัน “ได้!”
“พวกแกไปหาฟืนกับฉัน บนเขามีหญ้าแห้งเยอะ วางฟืนไว้รอบวัด ลมแรงขนาดนี้ ไฟจะส่งมันขึ้นสวรรค์” เหมียวหลงเอ่ยด้วยเสียงทะมึนทึบ
คนพวกนี้ขานรับ ก่อนเริ่มทำงาน ไม่นานก็สุมหญ้าแห้งไว้นอกวัดเอกดรรชนี ท้องห้าคนนี้ไม่เล็กแล้ว ทว่าของในท้องไม่ใช่เด็ก แม้จะมีการขยับตัวมากก็เจ็บเล็กน้อย แต่ไม่ถึงชีวิต
ฟางเจิ้งไม่ได้ยินเสียงแกรกๆ ข้างนอก แต่หมาป่าเดียวดายที่นอนอยู่ในโพรงหมาป่าได้ยิน จึงวิ่งมาผลักประตูก็ผลักไม่ออก เลยมาเห่าที่ใต้ต้นโพธิ์สองที
กระรอกงัวเงียปีนออกมามองหมาป่าเดียวดาย ก่อนจะเขย่งเท้ามองไปนอกกำแพงจึงเห็นว่าสถานการณ์เหมือนจะไม่ถูกต้อง! มันเลยปีนขึ้นไปดูบนยอดไม้ เห็นหลายคนกำลังทำลับๆ ล่อๆ มองปราดเดียวเหมือนไม่ใช่คนดีเลยข้ามกำแพงไปดู จากนั้นก็วิ่งไปทางกุฏิอย่างรวดเร็ว
“ป้าบ!”
“โอ๊ย เจ้าตัวเล็กยังไม่นอกอีก มาก่อเรื่องอะไร?” ฟางเจิ้งเอารองเท้าออกจากหน้าก่อนเอ่ยด้วยความทุกข์
“จี๊ดๆๆ…” กระรอกยกกรงเล็บขึ้นวาดไปมา จากนั้นกระดกก้นขึ้นทำท่าวางของ
ฟางเจิ้งฟังจบถึงพูดด้วยความโมโห “ไอ้พวกไม่รู้สำนึก อยากเล่นเหรอ? ได้!”
ฟางเจิ้งสวมรองเท้าออกจากห้องจะพุ่งออกไป ทว่าพอมาถึงหน้าประตูพลันยิ้ม
คนหัวทองห้าคนนอกประตูยุ่งอยู่พักใหญ่ก็มารวมกันอีกครั้ง ทุกคน