แต่ต้าขุยกับเอ้อขุยไม่เป็นไร เรื่องทุกอย่างชัดเจนว่าเป็นเพราะเหาบนหัวไม่ใช่เหรอ
เหมียวหลงมองพวกต้าขุย เอ้อขุย ก่อนมองไฟแช็ก ในใจหวาดกลัวเล็กน้อย เหมือนว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับการทำเรื่องชั่วจริงๆ
ตอนนี้เองประตูใหญ่วัดเอกดรรชนีเปิดออก ฟางเจิ้งในจีวรขาว ทั่วร่างเปล่งแสงธรรมะเดินออกมา สองมือประนม “อมิตาพุทธ ประสก ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต กลับใจคือฟากฝั่ง”
เหมียวหลงมองฟางเจิ้งแล้วก็มองไฟแช็ก ก่อนพูดด้วยความโกรธ “ฝีมือแกใช่ไหม? แกทรมานฉัน แกกับฉันต้องตายกันไปข้างหนึ่ง!”
“โง่เขลาเบาปัญญา ถ้าอย่างนั้นก็คลอดไป คลอดพอเมื่อไร ไม่ชอบมีดเมื่อไรค่อยมาหาอาตมา” ฟางเจิ้งกล่าวจบก็ถอยไปหนึ่งก้าว ปิดประตูใหญ่!
เหมียวหลงที่ถือมีดปรี่เข้ามาเหมือนเห็นว่าตรงปากประตูมีนักรบพระโพธิสัตว์[1] หน้าตาถมึงทึงยืนอยู่ ซ้ำร้ายยังตบฝ่ามือใส่เขาจนกระเด็นออกไป เมื่อตกถึงพื้น ยังไม่ทันลุกขึ้นก็มีบางสิ่งกำเนิดในท้องอีกแล้ว…
อ๊าก…
พอเห็นสภาพอนาถาของเหมียวหลง ต้าขุย เอ้อขุย ฉีเฟย หลูจวินสี่คนตกใจตัวสั่นเทิ้ม สุดท้ายสี่คนคุกเข่าลงกราบไหว้ไปทางวัดเอกดรรชนีไม่หยุด “พระพุทธองค์ที่มีชีวิต พวกเราสำนึกผิดแล้ว จากนี้จะกลับตัวกลับใจเป็นคนดี ได้โปรดปล่อยพวกเราไปเถอะ!”
“อมิตาพุทธ” เสียงสวดดังขึ้น มีหลวงจีนจีวรขาวโผล่มาตรงหน้าพวกเขา นักบวชรูปนี้ยืนอยู่บนดอกบัวอย่างน่าเกรงขาม ประหนึ่งเปล่งแสงแห่งธรรมะ!
เห็นดังนั้นสี่คนมั่นใจยิ่งกว่าเดิมว่าฟ