มาหกสิบเจ็ดสิบปียังเคยได้ฟังแค่ครั้งนี้เท่านั้น อย่าละโมบนักเลย…
อีกอย่างทำไมเจ้าอาวาสฟางเจิ้งถึงไม่รอพบพวกเรา บรรยายเสร็จแล้วก็ไปล่ะ? เขาคงกลัวว่าจะถูกทุกคนล้อม สลัดหลุดไม่ได้ อาตมาคิดว่าเจ้าอาวาสฟางเจิ้งน่าจะไม่อยากกระพือข่าวเรื่องนี้ และคงไม่อยากถูกทุกคนปิดล้อมหรือไปรบกวนการบำเพ็ญเพียรอย่างสงบ ดังนั้นทุกคนฟังอาตมาเถอะ อย่าบอกใคร อย่ารวมกันไปภูเขาเอกดรรชนี เดี๋ยวจะรบกวนการฝึกบำเพ็ญของเจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ถ้าอยากไปจริงๆ ก็หาเวลาไปกันเองเถอะ”
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่ามีเหตุผล
หลวงจีนไป๋อวิ๋นเอ่ยเช่นกันว่า “เวลาพวกเราเข้าฌานสมาธิต่างก็ชอบความสงบทั้งนั้น เจ้าอาวาสฟางเจิ้งมีพระธรรมลึกล้ำขนาดนี้ แต่กลับซ่อนตัวอยู่ในภูเขาลึก จะต้องไม่ชอบเสียงดังจากโลกภายนอกที่รบกวนการบำเพ็ญเพียรของเขาแน่ๆ ดังนั้นอาตมาก็คิดว่าอย่ารบกวนเขามากนักเลย ให้ทุกอย่างเป็นไปตามโชคชะตาเถอะ…”
ถึงทุกคนจะอยากจะพบฟางเจิ้งมาก อยากฟังธรรมจากฟางเจิ้งอีก ทว่าในใจมีความยำเกรงต่อฟางเจิ้ง ไม่รู้ว่าจะไปหรือไม่ไปดี ตอนนี้ภิกษุชั้นสูงสองท่านพูดแบบนี้อีกก็คิดว่ามีเหตุผล ดังนั้นเลยทยอยกันขอที่อยู่ ใคร่ครวญถึงปัญหาว่าจะไปหาเมื่อไรดี จะเยี่ยมเยือนอย่างไรดี
เมื่อนักบวชทุกรูปจากไป วัดเมฆาขาวที่วุ่นวายมาสองวันกลับมาสงบเงียบดั่งวันวาน
เพียงแต่ว่ามีนักบวชบางส่วนของวัดเมฆาขาวกลับไม่สงบ ฟางเจิ้งทำให้พวกเขารู้สึกถึงอำนาจคุกคาม คนมีปัญญามอง