“อยากด่าคนจริงๆ เดินมานานขนาดนี้แล้วไม่มีแม้แต่ป้ายบอกทาง? ใครบอกฉันได้บ้างว่าสี่แยกนี่ไปยังไงต่อ!” ฟางเจิ้งยืนอยู่ตรงสี่แยกด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม ถูกแล้ว ไต้ซือของพวกเราหลงทาง!
ตอนนี้เอง มีรถคันหนึ่งหยุดจอด คนคนหนึ่งชะโงกหน้าออกมาพูดด้วยรอยยิ้ม “ไต้ซือจะไปไหนคะ?”
ฟางเจิ้งประนมสองมือ สวดไปบทหนึ่งแล้วกล่าว “อมิตาพุทธ สวัสดีสีกา อาตมาอยากไปอำเภอซงอู่” ฟางเจิ้งขบคิด จะบอกว่าภูเขาเอกดรรชนีก็กลัวอีกฝ่ายไม่รู้จัก แต่น่าจะรู้จักอำเภอซงอู่ พอฟางเจิ้งเงยหน้าขึ้นก็อึ้งไปทันที!
อีกฝ่ายก็อึ้งเหมือนกัน จากนั้นพูดด้วยความแปลกใจพร้อมกัน “สีกานี่/ท่านนี่?!”
ฟางเจิ้งคุ้นตาคนขับรถ นั่นคือจิ่งเหยียนที่ขึ้นเขามาทำข่าวงานประลองศิลปะพู่กันจีน แต่ถูกหมากัดกระโปรงขาด
“ไต้ซือ ท่านจะไปไหนคะ? อืม…ท่านออกมาจากวัดเมฆาขาวเหรอ?” จิ่งเหยียนมองทางข้างหลังฟางเจิ้งแล้วยิ้มถาม
ฟางเจิ้งตอบ “อุบาสิกา อาตมาไม่ถือว่าเป็นไต้ซือหรอก เรียกหลวงพี่ฟางเจิ้งเถอะ อาตมาเพิ่งมาจากวัดเมฆาขาว กำลังจะกลับวัดเอกดรรชนี”
“บังเอิญจังเลย ฉันจะไปอำเภอซงอู่เหมือนกัน แต่ระหว่างนั้นต้องไปอีกที่หนึ่งก่อนแล้วค่อยกลับ ถ้าหลวงพี่ฟางเจิ้งไม่รีบให้ฉันไปส่งไหมคะ?” จิ่งเหยียนยิ้ม
ฟางเจิ้งได้ยินแบบนั้นพลันดีใจ กำลังเครียดอยู่เลยว่าจะกลับยังไง ถ้าจะกลับจริงๆ ก็ไกลเกินไป ไอ้เหนื่อยน่ะเขาทนไหว แต่เสียเวลานี่สิ! วัดเอกดรรชนีไม่มีคน ถึงจะมีชาวบ้านกับหมาป่าและ