กระรอกเฝ้าวัด แต่ก็ยังเป็นห่วงอยู่บ้าง ตอนนี้ได้ติดรถไปด้วยย่อมเต็มใจอย่างยิ่ง! ที่สำคัญที่สุดคือรถนี่ดูเป็นรถระดับไฮเอนด์มาก เขายังไม่เคยนั่งรถระดับไฮเอนด์แบบนี้มาก่อนเลย
ดังนั้นฟางเจิ้งจึงประนมสองมือแสดงความเคารพ “ถ้าอย่างนั้นต้องรบกวนสีกาแล้วล่ะ อาตมาไม่รีบ”
“แล้วจะรออะไรล่ะ? หลวงพี่รีบขึ้นรถมาเถอะ” จิ่งเหยียนเปิดประตูรถอย่างใจกว้าง ฟางเจิ้งขึ้นรถ นั่งบนเบาะนุ่มๆ เอนพิงหลัง ทั้งตัวเหมือนจะจมเข้าไปในเบาะ สบายมาก!
‘รถนี่สบายกว่านั่งรถแท็กซี่อีก ดีจริงๆ’ ฟางเจิ้งพูดปลงอนิจจังอยู่ในใจ
“หลวงพี่ฟางเจิ้ง” จิ่งเหยียนพลันเรียก
ฟางเจิ้งมองจิ่งเหยียนด้วยความกังวล ถามว่า “สีกา มีอะไรหรือ? ทำไมไม่ไปล่ะ?”
“เอ่อ รบกวนคาดเข็มขัดนิรภัยด้วยค่ะ” จิ่งเหยียนตอบด้วยความจำใจเล็กน้อย
ฟางเจิ้งงง เข็มขัดนิรภัย? เขาเคยเห็นในหนังสือกับทีวี แต่ไม่เคยเห็นของจริง จึงเอียงกายมองไปก็เห็นเข็มขัดสีดำเส้นหนึ่ง พอดึงออกมาแล้วเขางงงันเล็กน้อย เจ้านี่มันใช้ยังไง?
“หลวงพี่ฟางเจิ้งไม่เคยนั่งรถเหรอคะ?” จิ่งเหยียนเข้าใจบ้างแล้ว
ฟางเจิ้งตอบอย่างสบายๆ “อาตมาเคยนั่งเกวียน รถม้า ขี่รถจักรยาน รถแทรกเตอร์ เมื่อหลายวันก่อนก็นั่งรถแท็กซี่ แต่เพิ่งเคยนั่งรถเกรดสูงแบบนี้เป็นครั้งแรก”
จิ่งเหยียนงง สมัยนี้ยังมีคนไม่เคยนั่งรถแบบนี้อยู่จริงๆ ด้วย! รถเธอไม่ถือว่าเป็นรถหรู อีกทั้งรถแท็กซี่ก็มีเข็มขัดนิรภัย วิธีใช้ก็เหมือนกันนี่…เธอมองฟา