ดังนั้นฟางเจิ้งเลยตั้งมั่นว่าไม่ว่ายังไงก็จะไม่ขึ้นไป!
ทว่าปากบอกอีกอย่างว่า “ขอบคุณทุกท่านที่อธิบายให้อาตมาฟัง แต่อาตมาก็ขอปฏิเสธคำเดิม”
“เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ท่านปฏิเสธก็คงมีเหตุผลใช่ไหม” มีคนถามด้วยความไม่ยอม
ฟางเจิ้งตอบอย่างมีหลักการ “เหมือนอย่างที่หลวงพี่อี้หังว่าไว้ กฎก็คือกฎ จะฝ่ากฎเพราะอาตมาคนเดียวได้ยังไง? อาตมาไม่ขอประชัน อีกอย่างอาตมาอ่านคัมภีร์มาน้อยมาก ความเข้าใจน้อยยิ่งกว่า ขึ้นไปก็พูดอะไรไม่ได้” ฟางเจิ้งไม่ปิดบังตรงจุดนี้ ไม่มีความรู้ไม่กลัว แต่ไม่มีความรู้แล้วยังดันทุรังอีก อันนี้ต่างหากน่ากลัว
ทุกคนมองหน้ากัน หลายปีมานี้นี่เป็นครั้งแรกที่เจอกับความเห็นแบบนี้ ปกติทุกคนจะแก่งแย่งกัน ครั้งนี้ทุกคนโน้มน้าวแล้วก็ยังไม่ยอมขึ้นไป หรือว่าจะไม่มีความรู้ตุนไว้จริงๆ? กระดากอายที่จะขึ้นเวที? แถมยังเลี่ยงโดยบอกว่าไม่เคยอ่านคัมภีร์อีก? ถ้าไม่เคยอ่านคัมภีร์ เขาจะพูดความเข้าใจที่มีหลักการแบบนี้ออกมาได้ยังไง?
แม้จะคิดแบบนี้ แต่ไม่มีใครพูดออกไป
คิดได้ดังนั้น นัยน์ตาทุกคนที่มองฟางเจิ้งเปลี่ยนเป็นซับซ้อนเล็กน้อย บางคนชื่นชมที่ฟางเจิ้งเปิดเผย บางคนเชื่อฟางเจิ้ง ดังนั้นเลยหวังให้ฟางเจิ้งผู้ไร้ความรู้คนนี้มุมานะพยายามจนได้ดี ใช้ต้นกกข้ามฟากได้ มีหรือจะตระหนักรู้พระธรรมให้เก่งกาจไม่ได้?
หลวงจีนไป๋อวิ๋นกล่าวอีกครั้ง “เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ท่านมั่นใจนะว่าจะสละสิทธิ์?”
ฟางเจิ้งพยักหน้าทันที “ครับ ข