อสละสิทธิ์”
หลวงจีนไป๋อวิ๋นพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นหลวงพี่อี้หัง เริ่มได้เลยเถอะ”
อี้หังได้ยินดังนั้นก็ยิ้มเล็กน้อย ประนมสองมือเอ่ย “ศิษย์รับคำสั่ง”
หงจินเห็นดังนั้นก็พลันดีใจยกใหญ่ จนกระทั่งอี้หังเดินขึ้นเวทีอภิปราย เขาก็ยังรู้สึกเหมือนฝัน ในมุมมองเขา ครั้งนี้ไม่มีโอกาสแล้วจริงๆ ใครจะไปรู้ล่ะว่าฟางเจิ้งจะสละสิทธิ์เอง นี่เป็นลาภลอย! ทว่าหงจินก็ค่อนข้างคิดมาก มองฟางเจิ้งที่ฟังอย่างตั้งใจพลางพึมพำในใจ ‘เขาใจกว้างจริงๆ หรือว่าไม่มีความรู้อะไรเลยกันแน่?’
บนเวที อี้หังกล่าวถึงคัมภีร์อวตังสกสูตร! เขาอายุเท่านี้สิ่งที่ตระหนักได้ย่อมมีจำกัด ทว่าอี้หังฉลาดมากที่เลี่ยงกล่าวถึงคัมภีร์อวตังสกสูตรทั้งหมด แต่เลือกมาอธิบายเล็กน้อย
“อาตมาท่องคัมภีร์อวตังสกสูตรทุกคืน เกิดความเข้าใจเล็กน้อย โดยเฉพาะประโยค ‘หนึ่งคือมาก มากก็คือหนึ่ง’ ปุถุชนถูกตัวเลขในนี้ปิดบังความจริง แต่กลับไม่รู้ว่าหนึ่งกับทุกสิ่งในนี้ไม่ได้หมายถึงแค่ตัวเลข แต่หมายถึงหนึ่งกับทุกสรรพสิ่ง ทุกสรรพสิ่งหวนคืนสู่หนึ่ง หนึ่งกลายเป็นทุกสรรพสิ่ง หวนคืนสู่ฟ้าดิน ในฟ้าดิน จิตใจเรามีเพียงหนึ่งเดียว ทุกสรรพสิ่งบนโลกล้วนพัฒนามาจากจิตใจ จิตใจถึง ทุกสรรพสิ่งกำเนิด…” อี้หังอธิบายอย่างครบถ้วนเต็มยี่สิบนาที เล่าถึงจิตใจเพียงหนึ่งเคลื่อนความคิดของทุกสรรพสิ่งได้อย่างทะลุปรุโปร่งมาก
ทุกคนได้ยินต่างพยักหน้าแอบชื่นชม กระทั่งยังปรบมือตลอด ซึ่งไม่เกิดขึ้นในตอ