นที่พวกเจ้าอาวาสโต้วาทีกัน
เมื่ออี้หังเล่าจบและยืนขึ้นแสดงความเคารพนั้น ทุกคนต่างปรบมือเสียงดังราวฟ้าผ่าให้เขา!
หงจินตื่นเต้นยิ่งกว่า ปรบมือจนแทบจะพองบวม
อี้หังพอใจกับการตอบรับของนักบวชทุกรูปข้างล่างมาก เพียงแต่ว่าจะชำเลืองตามองฟางเจิ้งที่ปรบมือเช่นกันเป็นบางครั้ง
หลวงจีนไป๋อวิ๋นยิ้ม “หงจิน อารามไผ่ทองของพวกท่านมีคนสืบทอดต่อแล้วล่ะ”
หงจินหัวเราะเสียงดัง “แน่นอนครับ แน่นอน…”
ทุกคนเห็นหงจินยิ้มเบิกบานใจก็ยิ้มตามในใจ การโต้วาทีก่อนหน้าก็คือโต้วาที หลังโต้วาทีจบทุกคนยังเป็นเพื่อนกัน ต่างดีใจแทนหงจินด้วย
หลวงจีนไป๋อวิ๋นพูดกับอี้หัง “อี้หัง ท่านมีอะไรจะพูดไหม?”
อี้หังประนมสองมือแสดงความเคารพ “อาตมาพูดแค่ความเข้าใจของตัวเอง อาตมาอยากให้เจ้าอาวาสฟางเจิ้งแสดงความเห็นสักเล็กน้อย”
สิ้นเสียง ทุกคนต่างงงวย ไม่มีใครคาดคิดว่าอี้หังจะร้องขอแบบนี้ ทว่าจากนั้นทุกคนก็เข้าใจ…
“อี้หังเป็นคนดีนะ อาศัยโอกาสนี้ให้ฟางเจิ้งขึ้นเวทีแบ่งปันประสบการณ์ จะได้มีชื่อเสียงไปด้วยกันไง”
“ใจบุญมีเมตตา รู้แจ้งง่ายด้วย อนาคตไม่มีขีดจำกัด…”
…………
ทุกคนคิดว่าอี้หังตอบแทนบุญคุณที่ฟางเจิ้งสละสิทธิ์ให้ แต่กลับไม่รู้ความคิดจริงๆ ของอี้หังว่าอยากหยั่งเชิงฟางเจิ้งอีกครั้ง!
ฟางเจิ้งมึนงงทันที ให้เขาขึ้นไป? เขาเลี่ยงมาตั้งนานดันโดนซะได้ ความซวยมาตกที่เขาอีกแล้ว! เขาเคยได้ยินคัมภีร์อวตังสกสูตรมาก่อน เคยอ่านด้วย แต่อ่านแค่เล็กน้อย ถ