ึงยังไงในอินเทอร์เน็ตก็เป็นข้อมูลสั้นๆ จะอ่านคัมภีร์ฉบับเต็มก็เหนื่อยเกินไปอีก
ทว่าสิ่งที่ฟางเจิ้งชื่นชมคือ อี้หังพูดตรงไหนไม่ดีบ้าง? พูดถึงท่อนหนึ่งคือมาก มากก็คือหนึ่ง! ตอนนั้นฟางเจิ้งเคยอ่านท่อนนี้มาก่อน และก็มีความเข้าใจของตัวเองเล็กน้อย เพียงแต่ว่าเนื่องจากอ่านคัมภีร์น้อยเกินไป จึงไม่รู้ว่าที่ตนเข้าใจถูกต้องไหม ถึงยังไงเขาก็อยู่บนเขา จึงตระหนักรู้ตอนที่มองภูเขา มองน้ำ มองก้อนหิน ไม่ใช่ความรู้จากในคัมภีร์ เคยเห็นความเข้าใจของคนอื่นในอินเทอร์เน็ตมาแล้ว ซึ่งไม่มีใครเข้าใจเหมือนเขาเลย
ดังนั้นฟางเจิ้งจึงไม่มีความมั่นใจเล็กน้อย
ตอนนี้อี้หังกดดันเขา เขาไม่มีทางเลือก ได้แต่ฝืนใจขึ้นเวทีไป
เห็นฟางเจิ้งขึ้นเวทีจริงๆ อี้หังก็รู้สึกสำนึกเสียใจเล็กน้อย ตรึกตรองว่า ‘หรือว่าเขาจะมีความสามารถจริงๆ? แต่ว่าต่อให้มีจริงๆ ฉันก็ทำด้วยเจตนาดี เขาโทษฉันไม่ได้ ถ้าไร้ความสามารถ หึๆ…ฉันก็แค่เปิดโปงเขาเท่านั้น’
ฟางเจิ้งขึ้นเวทีมาแล้ว แสดงความเคารพหลวงจีนไป๋อวิ๋น ก่อนประนมสองมือเคารพทุกคน จากนั้นนั่งขัดสมาธิลง สูดลมหายใจเข้าลึก ยิ้มน้อยๆ กล่าวในใจว่า ‘ช่วยไม่ได้จริงๆ ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว หลับตาพูดมั่วไปแล้วกัน ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ช่างมัน’
ดังนั้นฟางเจิ้งกล่าวขึ้น “อาตมามีความเห็นตรงท่อนหนึ่งคือมาก มากคือหนึ่งในคัมภีร์อวตังสกสูตรแตกต่างไปเล็กน้อย”
พูดจบทุกคนต่างมึนงง ขึ้นมาก็บอกว่ามีความเข้าใจต่างกัน นี่จะ PK