กับอี้หังอย่างนั้นเหรอ! ทันใดนั้นทุกคนต่างคึกคัก อยากรู้ว่าฟางเจิ้งเข้าใจแบบไหนมาได้กันแน่!
ฟางเจิ้งเอ่ย “พุทธศาสนาบอกว่าทุกชีวิตทุกข์ยาก ทว่าความทุกข์ยากของทุกชีวิตอยู่ที่ใด? วัดเอกดรรชนีของอาตมากันดารมาก คนที่ขึ้นเขามาในทุกปีนับนิ้วได้ อาจารย์ของอาตมามรณภาพไปแล้ว ตอนนี้เหลืออาตมารูปเดียว ได้แต่อยู่ดูแลวัดว่างเปล่า ตระหนักรู้ในสิ่งที่ตนไม่ค่อยเข้าใจ จนกระทั่งวันหนึ่งมีหมาป่าตัวหนึ่งกระรอกตัวหนึ่งเข้ามาในชีวิตอาตมา อาตมาถึงกลับมาร่าเริงอีกครั้ง! หมาป่ากินข้าวอย่างสบายใจ กระรอกกินอิ่มหนำสำราญ บางครั้งก็เล่นกันอย่างสนุกสนาน ทุกวันไม่มีความทุกข์ เอ้อระเหยอิ่มอกอิ่มใจ ทว่าคนเราต่างไป คนหิวก็ทุกข์ อิ่มแล้วอยากกินของดีๆ ก็ทุกข์ ไม่มีลูกทุกข์ มีลูกพอเหนื่อยก็ทุกข์…ทุกชีวิตล้วนมีความทุกข์ แต่ทำไมสัตว์ถึงมีแต่ความสุข? จะอธิบายยังไง?
เหมือนอย่างที่หลวงพี่อี้หังบอก ทุกสรรพสิ่งเกิดจากจิตใจ ทุกสรรพสัตว์เกิดจากจิตใจ ทุกอย่างมาจากจิตใจ จิตใจมีเพียงหนึ่ง ทว่าจิตใจกลายเป็นความทุกข์ได้ไม่มีสิ้นสุด ดังนั้นพุทธศาสนาบอกว่าหนึ่งคือมาก แต่มากคือหนึ่ง อาตมาคิดว่าการละความทุกข์ เปลี่ยนความทุกข์มากมายให้เป็นหัวใจบริสุทธิ์ต่างหาก ถึงจะหลุดพ้นอย่างแท้จริง ถึงจะมีอิสระ!”
ฟางเจิ้งพูดจบ ทุกคนต่างตาค้าง เงียบงัน กระทั่งตื่นตะลึง!
…………………