ะตูวัดเมฆาขาวมีเงาคนดำๆ ยืนซ้อนกันไม่รู้เท่าไร ประตูใหญ่เปิดออก หลั่งทะลักกันเข้ามาทั้งหมดภายใต้การนำของหลวงจีน! ตอนนี้เสียงผู้ชายคุยโม้ เสียงผู้หญิงพูดบ่น และเสียงเด็กร้องไห้ดังไม่ขาดสาย ในพื้นที่วุ่นวาย ทำเอาฟางเจิ้งหัวจะระเบิด!
ดีที่นักบวชวัดเมฆาขาวชินกับความวุ่นวายแบบนี้แล้ว แต่ละรูปต่างควบคุมสถานการณ์อย่างเป็นลำดับขั้นตอน แม้จะมีเสียงโวยวายแต่กลับไม่มั่วซั่ว ทุกอย่างเป็นไปตามลำดับ จุดนี้ฟางเจิ้งยังต้องเคารพ อย่างน้อยๆ เขาก็ทำไม่ได้ จึงปลงอนิจจังในใจอย่างอดไม่ไหว ‘สมกับเป็นวัดเมฆาขาว มีการจัดการที่ดีจริงๆ…’
ปากว่าแบบนี้ แต่นัยน์ตาฟางเจิ้งกลับฉายแววมั่นใจในตัวเอง ก่อนหน้านี้เขาไม่คิดว่าป้ายวัดเอกดรรชนีมีประโยชน์อะไร ตอนนี้มาเทียบกันแล้ว ในที่สุดเขาก็เข้าใจถึงประสิทธิภาพพิเศษจากป้ายวัด ทุกคนที่เข้าวัดจะได้รับผลจากป้ายวัด ไม่ว่าจิตใจจะกลัดกลุ้มแค่ไหนก็สงบลง ไม่ว่าจะฉุนเฉียวแค่ไหนจะสงบลง กระทั่งเกิดความเคารพยำเกรงต่อพุทธศาสนาเสี้ยวหนึ่ง
แน่นอนว่าผลแบบนี้มีขีดจำกัด ไม่ใช่ได้ผลแน่นอน ถ้าอีกฝ่ายไม่เชื่อพุทธศาสนาเลย มีนิสัยเกียจคร้าน หรือถูกคนมอมเมาให้ลุ่มหลง ผลก็จะไม่มากนัก
แม้จะเป็นอย่างนั้น แต่ป้ายวัดก็ลดปัญญาให้ฟางเจิ้งได้ไม่น้อย
‘ตอนนี้เครื่องใช้ในวัดต่างๆ ยังไม่ครบถ้วน ถ้าอนาคตมีครบแล้ว จะต้องเหนือกว่าวัดเมฆาขาวได้ง่ายๆ แน่’ เป็นครั้งแรกที่ฟางเจิ้งมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม!
นี่คือข้