คารพ “สวัสดีเจ้าอาวาสฟางเจิ้ง อาตมามีเรื่องหนึ่งที่ไม่รู้ ช่วยบอกทีได้ไหม?”
ฟางเจิ้งงงงัน มีหลวงจีนมาขอคำแนะนำจากเขา? เกรงว่าความรู้เขาคงจะสู้คนอื่นไม่ได้…ทว่าฟางเจิ้งก็ไม่ปฏิเสธ ดังนั้นจึงแสดงความเคารพกลับ ยิ้มตอบว่า “อมิตาพุทธ หลวงพี่ท่านนี้เกรงใจไปแล้ว อาตมาก็เดินบนเส้นทางหาความรู้เหมือนกัน มีหลายอย่างที่ไม่รู้ แต่ถ้าอาตมารู้จะบอกแน่นอน”
เณรอึ้งไป ไม่คิดเลยว่าหลวงพี่ฟางเจิ้งผู้สร้างปาฏิหาริย์ต้นกกข้ามฟากจะเป็นคนถ่อมตัวเหมือนที่เล่าลือกันจริงๆ ฉับพลันนั้นความตึงเครียดในใจคลายลงไม่น้อย เขาถามต่อ “เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ท่านดูอารามไผ่ทองสิ เห็นๆ อยู่ว่าเป็นผู้ชายทั้งหมด ทำไมถึงตั้งชื่อว่าอารามไผ่ทอง แต่ไม่ตั้งชื่อว่าวัดไผ่ทอง?”
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นจึงถอนหายใจโล่งอกโดยพลัน เขารู้เรื่องนี้จริงๆ จึงยิ้มบอก “อมิตาพุทธ ศาลเจ้า วัด อาราม ผู้คนส่วนใหญ่เรียกรวมกัน แต่ความจริงแล้วต่างกัน ศาลเจ้าบูชาผีสางเทวดา วัดกับอารามบูชาเทพเจ้า พระโพธิสัตว์ แต่วัดกับอารามก็ต่างกันอีก
มองจากโครงสร้าง ในวัดจะมีอุโบสถ แต่อารามไม่มี ไม่ว่าจะสร้างใหญ่แค่ไหน ถ้าไม่มีอุโบสถนั่นไม่เรียกว่าวัด แน่นอนว่าตอนนี้มีบางแห่งที่ไม่ถือตามกฎข้อนี้แล้ว เลยแยกต่างหากไป
ถ้ามองจากมุมสมรรถนะ วัดเป็นที่ที่ให้นักบวชบำเพ็ญเพียร ใช้ชีวิต ให้ญาติโยมเข้ามาจุดธูป นักบวชเทศน์ให้ญาติโยมฟังและแก้ไขความทุกข์ยาก
แต่อารามเป็นที่ที่นักบวชบำเพ็ญ