“สวัสดีค่ะหลวงพี่ฟางเจิ้ง ไปนั่งด้วยกันเถอะ” แม่จูหลินมีใบหน้าเมตตา มองฟางเจิ้งยิ้มๆ
ฟางเจิ้งแสดงความเคารพกลับ ก่อนเดินเข้าไปในหมู่บ้านพร้อมกัน
เพราะความสัมพันธ์กับวัดเมฆาขาว หมู่บ้านเมฆาขาวเลยพัฒนาการท่องเที่ยวตามไปด้วย ชาวบ้านค่อนข้างร่ำรวย ทุกบ้านมีรถเล็กๆ แต่ละคนดูมีความสุข ขณะเดียวกันทุกครอบครัวล้วนมีของเกี่ยวกับพุทธศาสนาไม่มากก็น้อย จึงมีบรรยากาศของวัฒนธรรมเข้มข้นมาก
เพิ่งฉลองปีใหม่มา ยังไม่ได้เอาคำกลอนคู่และโคมไฟลง จึงยังออกเป็นสีแดงเพลิง
ฟางเจิ้งเห็นแบบนี้ในที่สุดก็ได้เข้าใจว่าทำไมหวังโอ้วกุ้ยที่ได้ยินว่าวัดเมฆาขาวเชิญแล้วถึงดีใจขนาดนั้น ถ้าวัดเอกดรรชนีใหญ่โต จะมีแต่ประโยชน์ให้กับชาวบ้าน อย่างน้อยสำหรับหมู่บ้านเอกดรรชนีที่ยากจนแล้วก็เป็นลู่ทางที่ดีจริงๆ
บ้านจูหลินเป็นบ้านกว้างขวาง ข้างหลังมีลานบ้าน ตรงกลางมีบ้านมุงหลังคากระเบื้องสามห้อง บ้านช่องสะอาดสะอ้าน แสงไฟสว่างไสว
จูหลินพุ่งเข้าไปเร็วสุด มารดาจูหลินรีบตามเข้ามา ฟางเจิ้งถือสัมภาระเดินตามมาหลังสุด ได้ยินเสียงคนคุยกันเบาๆ “แม่จูหลินไม่ไหวจริงๆ นะ วันๆ ว่างไม่มีอะไรทำก็ไปเฝ้ายืนรอที่หน้าหมู่บ้าน พอรถมาก็เข้าไปดู วันนี้ลูกสาวก็กลับมาสักทีนะ…”
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นในใจสั่นไหว มองมารดาจูหลินที่เดินอยู่ข้างหน้าไม่เร็วนัก ในใจเกิดความอบอุ่น นี่คือความรักของแม่เหรอ?
ฟางเจิ้งแหงนหน้ามองฟ้า นึกถึงภาพที่เขาปิดเทอมกลับภูเขาเอกดรรชน