นกับการเปิดตลอดเวลา ตลอดทางมานี้เขาเจอกับผู้คนไม่น้อย แต่ไม่เจอเรื่องที่ไม่ดีเลย ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นภัยนองเลือดกับตัวจูหลิน!
ฟางเจิ้งสูดลมหายใจเข้าลึก ส่ายหน้าตอบกลับ “ไม่มีอะไร เมื่อกี้อาตมาเหม่อน่ะ โยม เร็วๆ นี้มีเรื่องดีอะไรเข้ามารึเปล่า?”
จูหลินส่ายหน้า “ไม่นี่ มีแต่เรื่องแย่เป็นกอง ทำไมเหรอ?”
ฟางเจิ้งตอบ “ไม่มีอะไร โยม ในสัปดาห์นี้ถ้าเจอเรื่องดีเข้ามาอย่างกะทันหัน จะต้องคิดให้รอบคอบแล้วค่อยตัดสินใจ! จำเอาไว้ๆ!”
“ไต้ซือหมายความว่าไงคะ? พูดให้ชัดๆ หน่อยสิ?” จูหลินเห็นฟางเจิ้งทำหน้าเคร่งขรึมเลยถามต่อ
ฟางเจิ้งก็อยากพูดเหมือนกัน แต่จะเปิดเผยความลับสวรรค์ไม่ได้ บางคำแค่ชี้แนะก็พอ พูดมากไปจะเป็นปัญหา
ฟางเจิ้งตรึกตรองแล้วก็ส่ายหน้าไม่ได้พูดอะไร
ตอนนี้เองมารดาจูหลินเรียกทุกคนกินข้าว จูหลินจึงไม่ได้ถามต่อ เพียงแค่คิดอยู่ตลอดว่าคำพูดฟางเจิ้งหมายความว่ายังไงกันแน่ ฟางเจิ้งเป็นหลวงจีนธรรมดา? แน่นอนจูหลินไม่คิดแบบนั้น เธอเคยเห็นความสามารถของฟางเจิ้งมาแล้ว ใช้มือบิดมีดได้ย่อมเป็นคนเหนือมนุษย์ จูหลินที่ได้รับผลกระทบจากโลกอินเทอร์เน็ตมาเยอะจึงมองว่าฟางเจิ้งเป็นยอดฝีมือนอกโลกหรือไม่ก็ยอดมนุษย์ไปแล้ว
ฉะนั้นแม้ฟางเจิ้งจะเอ่ยมาแค่นี้ แต่เธอกลับเก็บไว้ในใจ
กินข้าวแล้วจูหลินก็ส่งฟางเจิ้งไปท่าเรือ พอถึงท่าเรือจูหลินกล่าวขึ้น “ไต้ซือ ข้างหน้านี่เป็นท่าเรือแล้ว ขึ้นเรือไปกับทุกคนก็พอ อีกสองวันจะเริ่ม