? ก่อนหน้านี้โยม…”
“ชู่ว!…” จูหลินรีบทำท่าทางให้เงียบ จากนั้นพูดเสียงเบา “อย่าพูดเรื่องนี้ ถ้าแม่รู้เข้าตีฉันตายเลย ไต้ซือ ท่านไปวัดเมฆาขาววันนี้เหรอ?”
“ใช่ มีปัญหาอะไรหรือ?” ฟางเจิ้งถาม
“ไม่มีอะไร แค่เสียดายน่ะ ฉันไปไม่ได้ ได้แค่ส่งท่านที่ท่าเรือ ถึงตอนนั้นแค่ขึ้นเรือก็ไม่มีปัญหาแล้ว” จูหลินกล่าว
“อ้อ แล้วต้องซื้อตั๋วไหม?” ฟางเจิ้งกังวลเล็กน้อย เขามีเงินไม่มาก
“นั่นเรือของวัดเมฆาขาวจะไปเก็บเงินได้ยังไง แต่ท่าเรือมีกล่องบริจาคนะ ถ้าจะทำบุญก็ใส่เงินไปนิดหน่อย ถ้าไม่อยากก็ขึ้นเรือได้เลย” จูหลินอธิบาย จากนั้นจ้องฟางเจิ้ง “ไต้ซือไม่สวมรองเท้าจริงๆ เหรอ?”
ฟางเจิ้งลงมาบนพื้น “อาตมาไม่สวมจริงๆ”
“จึ๊ๆ…เยี่ยม! เยี่ยมจริงๆ!” จูหลินยกนิ้วโป้งให้
ฟางเจิ้งจะพูดบางอย่าง ทว่าหน้าเปลี่ยนสี! ภาพตรงหน้าพลันเกิดการเปลี่ยนแปลง…มาอยู่ในสภาพแวดล้อมแปลกตา จูหลินรับโทรศัพท์เดินไปพลางพูดไปพลาง ‘จริงเหรอ?! ฉันได้ถ่ายหนังจริงๆ เหรอ? ดีเลยค่ะ แล้วสัมภาษณ์ที่ไหนคะ?’
ภาพเปลี่ยนไป เป็นพื้นที่เล็กๆ ชายคนหนึ่งรับจูหลินเข้าไปในตึก จากนั้นมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้น ตามด้วยเสียงดังปังๆ ก่อนจูหลินจะกระโดดออกมาจากหน้าต่าง…
ภาพแตกเป็นเสี่ยงๆ…
“ไต้ซือ? ไต้ซือ?!” จูหลินเห็นฟางเจิ้งเหม่อจึงถามด้วยความแปลกใจ
ฟางเจิ้งได้สติกลับมา แต่ในใจหนาวเยือก! แม้เนตรสวรรค์จะควบคุมเปิดปิดได้ตามอำเภอใจ แต่ฟางเจิ้งอยู่บนเขาตลอดจึงชิ