ทุกคนได้ยินดังนั้นก็พูดไม่ออก คนขับรถทำถึงขนาดนี้ก็ถือว่าไม่เลวแล้วจริงๆ จึงไม่ได้พูดอะไร
ดีที่หลังทุกคนตรวจทรัพย์สินของตนแล้วไม่มีอะไรหายเลยวางใจ ก่อนทุกคนจะสนทนากันว่าทำไมโจรพวกนั้นยังไม่ได้อะไรก็หนีไป? ไม่พูดอะไรสักคำ ไม่มีใครรู้เรื่องมีดเป็นขนมหมาฮวา
คึกคักแบบนี้ไป คนที่หลับก็ไม่กล้าหลับแล้ว ต่างเบิกตาโต พอไม่มีอะไรทำก็เริ่มคุยโม้ไปเรื่อยเปื่อย คึกคักตลอดทาง
ยามเย็น ในที่สุดรถก็มาถึงพื้นที่อำเภอไป๋อวิ๋น จากอำเภอไป๋อวิ๋นไปนี้ง่ายแล้ว มีรถไปโดยเฉพาะ
ฟางเจิ้งลงรถก็งงเล็กน้อย เขาไม่รู้เลยว่าควรจะไปยังไงต่อ
ตอนนี้เองมีเสียงคุ้นเคยดังมาจากข้างหลัง
“ไต้ซือจะไปไหนคะ? วัดเมฆาขาวเหรอ?”
ฟางเจิ้งหันไปมองก็เห็นจูหลินแบกกระเป๋าเล็กสีดำข้างหลัง สวมที่ครอบหูขนสัตว์สีชมพูยิ้มมองเขา เพียงแต่ว่าตอนนี้สวมกางเกงขายาวแล้ว ดูน่าจะอบอุ่นมาก
ฟางเจิ้งเห็นแบบนั้นก็หัวเราะในใจ ‘ที่แท้เธอก็กลัวหนาวนี่…’ แต่เอ่ยไปว่า “อมิตาพุทธ อาตมาจะไปวัดเมฆาขาว อุบาสิกามีอะไรรึเปล่า?”
“บังเอิญจัง ถ้าไปวัดเมฆาขาวต้องไปท่าเรือเมฆาขาวก่อน ท่าเรือเมฆาขาวเป็นบ้านเกิดฉันเอง ฉันก็จะไปเหมือนกัน ไปด้วยกันไหมคะ?” จูหลินถาม
“อ๋อ ขอบคุณอุบาสิกามาก อาตมาไปเองดีกว่า” ฟางเจิ้งรู้สึกว่าจูหลินพึ่งพาไม่ได้ วันๆ เอาแต่เล่น มองยังไงก็ไม่เหมือนเป็นห่วงเขา ผู้หญิงคิดไม่ซื่อแบบนี้ควรรักษาระยะห่างถึงจะถูก
“ไต้ซือ ท่านมั่นใจนะว่าจะไม่ไปด้วยกัน?