ฉันจะบอกให้ อำเภอไป๋อวิ๋นเป็นเมืองที่ต้อนรับแขกดีมาก ท่านเห็นรถแท็กซี่แถวนั้นไหม?” จูหลินชี้ไปยังรถแท็กซี่
ฟางเจิ้งพยักหน้า จะไม่เห็นได้ด้วยเหรอ? เขายังสำนึกเสียใจเลยที่ไม่มีเงิน ถ้าไม่อย่างนั้นคงต้องฟุ่มเฟือยแล้ว
จูหลินกล่าว “ไต้ซือ ถ้าท่านไม่มีเงินพันแปดร้อยก็อย่านั่ง รถนี่มีปัญญาถ้าไม่บอกให้ดีนะ ถ้าท่านไปใกล้ๆ เขาจะพาอ้อมเมืองสามรอบ แล้วก็พูดสวยๆ ว่าพาท่านชมวิว ถ้าไม่ได้เงินหลายร้อยหยวนก็จะไม่ยอมให้ลง”
ถึงฟางเจิ้งจะไม่เคยออกมาไกล แต่ก็มีมือถือ อ่านข่าวทุกวัน แน่นอนว่าเข้าใจความหมายของจูหลิน เข้าใจว่าพวกนี้เป็นรถมืดทั้งหมด!
จูหลินเอ่ยต่อ “แล้วยังมีโรงแรมอะไรพวกนี้อีก ถ้าท่านไม่คิดว่าเป็นคุ้นเคยท้องถิ่น ห้องละร้อยหยวนท่านต้องจ่ายสามถึงห้าร้อยหยวน! แล้วก็นะ ถ้าไปวัดเมฆาขาวจะต้องไปร่วมพิธีสวดมนต์เพื่อสิริมงคลต้อนรับฤดูใบไม้ผลิแน่ๆ ตอนนี้เป็นช่วงที่คนเยอะมาก นักท่องเที่ยวก็เยอะ ดังนั้นของทุกอย่างขึ้นราคาหมด โดยเฉพาะที่พัก เฮ้อ…สามถึงห้าร้อยหยวนถึงพักโรงแรมได้ ท่านต้องขอบคุณพระพุทธองค์ล่ะนะ”
ฟางเจิ้งยิ่งฟังยิ่งรู้สึกผิดปกติ ทำไมรู้สึกว่าจูหลินจะบอกว่าอำเภอไป๋อวิ๋นไม่มีคนดีเลย?
จูหลินเห็นฟางเจิ้งระแวงเหมือนจะกลัวๆ เล็กน้อย เลยรู้ว่าคำพูดโกหกของตนได้ผล จึงคิดในใจอย่างภูมิใจ ‘ทำไมฉันฉลาดอย่างนี้! เสียดายไม่ได้เป็นนักแสดง ไม่อย่างนั้นคงได้รางวัลออสก้ามาหลายอันแล้ว…’
“ไต้ซือ ฉันบอกสิ่งที่ค