ิดไม่ไปทางเดียวกับเขาเลย
“เอาเถอะ วางใจ ตอนที่แกไม่อยู่ฉันจะให้คนผลัดกันไปดูแลวัดให้ รับรองแกกลับมาไม่มีฝุ่นสักนิด ขนไม่หายแม้แต่เส้นเดียว” หวังโอ้วกุ้ยตบหน้าอกรับประกัน
หวังโอ้วกุ้ยรับปากแล้วฟางเจิ้งถึงวางใจ หวังโอ้วกุ้ยยังถามอีกว่าเงินไปข้างนอกพอไหม ไม่พอเขาจะให้ ถึงฟางเจิ้งจะอยากรับไว้มาก แต่เงินนี่ไม่ใช่เงินค่าจุดธูปเลยรับไว้ไม่ได้ ดังนั้นได้แต่ปฏิเสธไป ก่อนหิ้วกระเป๋าออกจากหมู่บ้าน ในกระเป๋ามีอาหารระหว่างทางไปวัดเมฆาขาว จนขนาดนี้เดาว่าคงกินร้านอาหารไม่ได้
พอออกจากหมู่บ้าน ในที่สุดฟางเจิ้งก็อยู่บนเส้นทางไปยังวัดเมฆาขาว ส่วนกระรอกกับหมาป่าเดียวดายให้อยู่ดูแลวัด
ตั้งแต่ฟางเจิ้งโตมาขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ออกไปไหนไกลขนาดนี้คนเดียว มีความกลัวในใจเล็กน้อย แต่พอนึกถึงที่ที่จะไปก็ตื่นเต้นขึ้นมาบ้าง ที่กังวลมีอย่างเดียวคือเงินไม่พอ…
หมู่บ้านเอกดรรชนีมีรถโดยสารตามเวลา วิ่งระหว่างหมู่บ้าน ทุกวันจะไปกลับหลายหมู่บ้าน จากนั้นจะขับไปยังอำเภอซงอู่ทั้งหมด ตอนบ่ายถึงกลับมาพร้อมกันอีกที หนึ่งวันหนึ่งเที่ยว ยิ่งเช้ายิ่งมีที่นั่ง ถ้าสายก็ได้แต่รอวันพรุ่งนี้
ฟางเจิ้งขึ้นรถประจำทาง ในรถมีคนรู้จัก ทุกคนก็รู้จักฟางเจิ้งเหมือนกัน จึงดึงไปคุยทางนู้นทีทางนี้ที…
เมื่อถึงอำเภอซงอู่ ฟางเจิ้งซื้อตั๋วรถเรียบร้อยแล้ว พอมองที่นั่งก็เก้อเขินเล็กน้อย…
……………………………………………..……….