พลางร้องไปพลาง เด็กคนอื่นๆ วิ่งมาทางนี้เช่นกัน
หวังโอ้วกุ้ยงง “กระรอกไล่ล่าพวกเธอ? แถมยังโหดมากด้วย? ไอ้เด็กพวกนี้ พูดจาอะไรให้มันน่าเชื่อถือหน่อยได้ไหม?”
ปังๆๆๆ!
ขณะกล่าวเกิดเสียงดังสนั่นขึ้นต่อเนื่องกัน หวังโอ้วกุ้ยตกใจจนกระโดดอยู่กับที่ กำลังจะด่าทอกลับตะลึงค้าง!
เห็นหมาป่าสีขาววิ่งตามอยู่ข้างหลังพวกเด็กๆ บนตัวแขวนถุงผ้าใบหนึ่ง ตรงคอมีกระรอกยืนอยู่ กระรอกหยิบประทัดโยนปาไปข้างนอก ไล่ไปพลางโยนไปพลางตลอดทาง ระเบิดจนพวกเด็กร้องเสียงดัง วิ่งหนีไปทั่ว…
“นะ…นี่มันหมาป่าตัวนั้นกับกระรอกของฟางเจิ้งนี่? เจ้าสองตัวนี้เปิดภูมิปัญญา?” หวังโอ้วกุ้ยรู้ว่าหมาป่าเดียวดายฉลาดมาก เพียงแค่ไม่รู้ว่ากระรอกก็ฉลาดเหมือนกัน ขี่หมาป่าปาประทัดใส่พวกเด็กๆ ได้…
ดีที่เจ้ากระรอกใช้ประทัดโยน โยนลงพื้นไม่ทำร้ายคน ดูจากท่าทางแล้วคงก่อความวุ่นวายไปอย่างนั้น เขาจึงไม่สนใจ
ตอนนี้เองฟางเจิ้งเข็นรถเข้ามา โยนเปลวไฟไว้ตลอดทาง ลากเป็นเส้นยาวส่องแสงในหมู่บ้าน
“โยมหวัง จะไปไหนเหรอ?” ฟางเจิ้งหัวเราะเหอะๆ ไม่มีพวกเด็กซนก่อกวนกลุ่มนั้นแล้ว การจุดไฟบนถนนเลยสบายขึ้น
“ฟางเจิ้ง ทำไมแกถึงจุดไฟบนถนน? วันนี้ให้ซ่งเอ้อโก่วทำไม่ใช่เหรอ? นี่ฉันว่างเลยออกมาเดินเล่น” หวังโอ้วกุ้ยตอบ
ฟางเจิ้งยิ้ม “อาตมามาดูอะไรสนุกๆ พอดี ว่างเลยถือโอกาสทำน่ะ”
หวังโอ้วกุ้ยพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นแกต้องเร็วหน่อยนะ อีกเดี๋ยวต้องกองไฟแล้ว แล้วก็ปีนี้หมู่บ้านเร