้ามา นี่คือประทัดมัน จุดไฟแล้วอีกครู่หนึ่งถึงระเบิด เป็นอาวุธให้คนตกใจ
ฟางเจิ้งไม่ใช่เด็กซนในตอนนั้นแล้ว เห็นประทัดมันโยนเข้ามาก็เตะไปทีหนึ่ง ส่งกลับไป
ทำให้หลิวลุ่ยตกใจรีบหลบ
แต่หลิวลุ่ยก็ไม่ยอม ร้องโวยขึ้น “กว่าพี่ใหญ่ฟางเจิ้งจะลงเขามานี่ไม่ง่ายเลย พวกพี่น้องทุกคนทักทายเขาหน่อย!”
เด็กสิบกว่าคนจุดประทัดมันโยนไปพร้อมกัน ฟางเจิ้งวุ่นวายเล็กน้อย นี่จะก่อกบฏกันเรอะ! เขาจึงโบกมือม้วนประทัดเป็นส่วนหนึ่ง ก่อนพลิกมือสะบัดส่งกลับไปทั้งหมด เวลานี้ประทัดระเบิดดังปุงปัง พวกเด็กๆ ร้องว๊าก แต่ที่มากกว่าคือเสียงหัวเราะ
ฟางเจิ้งไม่มีทางโยนประทัดกลับไปทั้งหมด ยังมีประทัดส่วนหนึ่งใส่เข้าไปในรถ ดังปุงปังระเบิดสะเก็ดไฟกระเด็นสะเก็ดไฟสองอันถูกลมพัด หนึ่งไปตกบนหัวกระรอกน้อย อีกหนึ่งตกบนตัวหมาป่าเดียวดาย เวลานี้ขนไหม้จนกลิ่นโชยมา
ฟางเจิ้งตั้งใจดม “กลิ่นนี่หอมมาก กลับไปพวกนายสองคนโกนขนเถอะ?”
แต่กระรอกกับหมาป่าเดียวดายมองค้อน ทว่ามีความโกรธมากกว่า พวกมันเคยไปหาเรื่องใครไหม? แถมยังต้องถูกเด็กเวรแกล้ง?
เด็กพวกนั้นเห็นฟางเจิ้งไม่กลัวเลยรีบแยกย้ายกันไป เสียงหัวเราะกับเสียงประทัดค่อยๆ ไกลออกไป
ตอนนี้เด็กคนหนึ่งวิ่งเข้ามา เงยหน้ามองฟางเจิ้ง “พี่ใหญ่ฟางเจิ้ง ให้ หลิวลุ่ยชอบแกล้งคนอื่น พี่จุดไอ้นี่ใส่เขาสิ”
ฟางเจิ้งมองแวบหนึ่ง เด็กคนนี้ให้ประทัดคู่กับเขา! พอรับมามองข้างบนเขียนตัวใหญ่ไว้ว่าสายฟ้าระเบิดฟ้า! ฟางเจิ้