ซ่งเอ้อโก่วพยักหน้า หลังกำชับฟางเจิ้งถึงเรื่องที่ต้องระวังอีกเล็กน้อยแล้วก็มีคนหามา เขาเลยวิ่งไป
ฟางเจิ้งไม่คิดอย่างนั้น เขาผลักรถเดินหน้าไป หมาป่าเดียวดายข้างหลังกลัวไฟเล็กน้อย เลยออกห่างหน่อย แต่กระรอกไม่พอใจ กระโดดลงมาปีนขึ้นไปบนบ่าฟางเจิ้ง มองเปลวไฟสีแดง เจ้าตัวเล็กนี่ไม่กลัวไฟ แต่ตื่นเต้นมากกว่า ถูกรงเล็บไปมา ดวงตาโตสดใส…
ตอนนี้เองมีสิ่งหนึ่งลอยเข้าไปในรถ
ปัง!
เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นอย่างกะทันหัน ตอนนั้นฟางเจิ้งก็ทำแบบนี้เลยไม่กลัว ทว่ากระรอกน้อยกลับตกใจจนขนตั้ง แทบจะตกลงจากบ่าฟางเจิ้ง
ต่อมามีเสียงหัวเราะคิกๆ ดังแว่วมาไกลๆ เป็นเด็กกลุ่มใหญ่ถือโคมไฟ ในนั้นมีเด็กซนหลายคน แถมยังทำหน้าผีใส่ฟางเจิ้ง “พี่ใหญ่ฟางเจิ้ง ตกใจไหม?”
ฟางเจิ้งมองบน “หลิวลุ่ย โยมอยากขึ้นสวรรค์เหรอ? ตอนนั้นอาตมาพาพวกโยมไปปราบปีศาจนี่ แถมอาตมายังถูกตีแทนด้วย วันนี้กล้าหลอกอาตมา? เชื่อไหมอีกเดี๋ยวโยมจะร้องไห้?”
“พี่ใหญ่ฟางเจิ้งอย่าหลอกผมเลย แม่ผมบอกว่าพี่บวชแล้ว จะมาเล่นแผลงๆ กับพวกเราไม่ได้แล้ว แม่ให้ผมเรียนเหมือนพี่…” หลิวลุ่ยตาเปล่งประกายมาก มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นเด็กที่มีชีวิตชีวาและเจ้าปัญหา
ฟางเจิ้งยิ้ม ไม่คิดเลยว่าตัวอย่างด้านลบในหมู่บ้านตอนนั้นจะกลายเป็นแบบอย่างที่ดีในตอนนี้ เขาไม่รู้ว่าควรจะดีใจไหม บางทีอาจไปหาหวังโอ้วกุ้ยเพื่อขอต้นดอกแดงเป็นการแสดงความยินดีสักหน่อย?
ตอนนี้เองมีประทัดอีกหลายอันถูกโยนเข