จนกระทั่งพาเสียวหมี่ลี่ลงเขาไป หลู่ซวงซวงยังตั้งสติไม่ทันอยู่เล็กน้อย
หันไปมองวัดเล็กกลางสายลมหิมะก่อนถอดถอนใจ “ใครจะไปคิดว่าวัดเล็กแบบนี้จะมียอดฝีมืออย่างหลวงพี่ฟางเจิ้ง! มิน่าหานเซี่ยวกั๋วถึงให้เรามาหาเขา มิน่าหลังหานเซี่ยวกั๋วมาแล้วถึงคิดอะไรได้มากมาย โลกกว้างใหญ่มีสิ่งมหัศจรรย์ ก่อนหน้านี้เรามองแค่สั้นๆ”
“แม่คะ จากนี้หนูจะมาเล่นกับต้าไป๋และเสี่ยวฮุยฮุยอีกได้ไหมคะ?” เสียวหมี่ลี่มองไปทางวัดอย่างอาลัยอาวรณ์พลางเอ่ยถาม
“ได้สิ ถ้าว่างแม่จะพาหนูมานะ ดีไหม?” หลู่ซวงซวงตอบ
เสียวหมี่ลี่ยิ้มเบิกบานใจ “แม่ดีที่สุดเลย! แม่วางใจนะ รอหมี่ลี่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะต้องปกป้องแม่ให้เหมือนกับพ่อให้ได้เลย!”
“อืม หมี่ลี่บ้านเราเก่งที่สุดอยู่แล้ว” หลู่ซวงซวงอุ้มเสียวหมี่ลี่ลงเขาไป
“ต้าไป๋ เสี่ยวฮุยฮุย? ฮ่าๆ…” ฟางเจิ้งกุมท้องหัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตาย
หมาป่าเดียวดายนอนหมอบอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าเป็นทุกข์ เห็นๆ อยู่ว่ามันขนเงิน ทำไมถึงกลายเป็นต้าไป๋(ขาวใหญ่)ไปได้?
กระรอกก็กลัดกลุ้มเหมือนกัน มันมีลวดลาย แต่ทำไมกลายเป็นเสี่ยวฮุยฮุย(เทาเล็ก)? ฟังจากชื่อแล้วไม่งดงาม! ไม่ยอม!
น่าเสียดายตอนที่เสียวหมี่ลี่ตั้งชื่อมั่วๆ ให้พวกมัน พวกมันฟังไม่เข้าใจ รู้แค่ว่ากำลังเรียกพวกมัน ฟางเจิ้งแปลให้ฟังเลยเข้าใจ พวกมันจึงไม่พอใจ…
ฟางเจิ้งไม่สนใจพวกมัน เพิ่งช่วยหลู่ซวงซวงไป เหนื่อยจนสมองจะระเบิด จึงตบหัวเจ้าสองตัวนี้แล้วรีบกลับไ