ฟางเจิ้งเห็นดังนั้นก็รับมาอย่างสุภาพเหมาะสม เปิดดูแวบหนึ่งก็ยิ้ม ‘โห! ผักสดเยอะขนาดนี้เลย เอาไปห่อเกี๊ยวกินได้สักมื้อหนึ่ง เหอะๆ…’
พอเห็นรอยยิ้มฟางเจิ้งรวมถึงในมุมของเด็ก พวกซูหงก็ยิ้มเหมือนกัน พริบตานั้นช่องว่างระหว่างฐานะไต้ซือกับคนธรรมดาพลันหายไป เหมือนกลับไปในตอนนั้น ฟางเจิ้งก็คือฟางเจิ้ง พวกเขาก็คือพวกเขา บรรยากาศกลมกลืนกันอย่างดี…
“แกอยากกินเกี๊ยวเหรอ? เดี๋ยวอาจะทำแป้งหมี่มาให้ ห่อเกี๊ยวแช่แข็งพันลูกไว้ให้! อยากกินเมื่อไรก็กิน!” ซูหงเอ่ยต่อทันที
ฟางเจิ้งยิ้มเบิกบานใจ “ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณโยมมาก แต่อาตมาไม่รีบ พวกโยมจัดการเรื่องหลังจากไฟไหม้ก่อนเถอะ ถ้าต้องการจริงๆ อาตมาจะช่วยอย่างเต็มที่”
เฉินจินกล่าว “ไม่ต้องสนใจหรอก เรื่องบ้านเดี๋ยวไอ้เด็กเหม็นโฉ่นี่จัดการเอง!”
เฉินจินเตะเฉินหลงไปทีหนึ่ง
เฉินหลงหัวเราะแหะๆ “มีพ่อแบบนี้ ก็คงไม่มีใคร…”
แต่แลกกลับมาเป็นโดนตบไปทีหนึ่ง…
หลังทะเลาะกันเสร็จ คนเหล่านี้เดินเข้าไปจุดธูปในวัด พอเงยหน้าขึ้นก็พบว่าไม่มีพระพุทธรูปพระแม่กวนอิมปางประทานบุตรแล้ว แต่มีผ้าใหญ่สีแดงเพิ่มมา ด้านบนวาดเป็นพระแม่กวนอิมปางประทานบุตรกับพระแม่กวนอิมปางพันเนตรพันกร พวกเขาต่างดีใจใหญ่ เดิมทีจะมาจุดธูปไปอย่างนั้นเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินค่าธูปให้ฟางเจิ้ง ถึงยังไงพวกเขาก็มีลูกแล้ว ไม่ได้จะมาขออะไรอีก
ตอนนี้มีพระแม่กวนอิมปางพันเนตรพันกรจึงต่างออกไป สามารถขออะไรได้มากมาย!
เฉินจ