ินกับซูหงขอให้ครอบครัวปลอดภัย เฉินหลงขอให้การงานราบรื่น ภรรยาเฉินหลงขอให้ลูกเติบโตแข็งแรง ส่วนลูกขอขนมเยอะๆ…
หนึ่งคนธูปหนึ่งดอก เสร็จแล้วก็ลากลับ บ้านตนถูกไฟไหม้หนัก จากนี้คงมีอะไรให้ต้องทำอีกเยอะ พวกเขาต้องจัดการด้วยตัวเองทั้งนั้น ไม่เหมาะจะอยู่บนเขานานเกินไป
หลังส่งพวกเขาแล้ว ฟางเจิ้งมองหัวไชเท้า ผักกาดขาวและขึ้นฉ่ายถุงใหญ่…ก่อนเผยรอยยิ้ม “จึ๊ๆ ในที่สุดก็ได้กินผักใบเขียวสักที ถ้าไม่ได้กินก็จะลืมว่าผักพวกนี้รสชาติเป็นยังไง ระบบ ตอนนี้ฉันลงเขาได้อย่างอิสระแล้วใช่ไหม?”
“ได้ แต่ว่า นายมั่นใจนะว่าจะไม่ให้ใครเฝ้าวัด?” ระบบถาม
ฟางเจิ้งตอบ “ก็มีนายไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันดูแลเรื่องพวกนี้ไม่ได้ อีกอย่าง ถ้าวัดถูกปล้นหรือถูกทำลาย จะหักคะแนนบุญกุศลของนาย อีกทั้งยังส่งผลถึงการประเมินทุกภารกิจของนายด้วย ดังนั้น คิดให้ดีๆ ก่อนค่อยลงเขา” ระบบว่า
ฟางเจิ้งเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ถึงวัดฉันจะมีของมีค่าเพิ่มมา แต่คนที่มาก็เป็นคนในหมู่บ้านกันทั้งนั้น ใครจะมาขโมยของ? อีกอย่างวัดเราก็มีผู้ปกปักด้วย”
แม้จะพูดแบบนี้ แต่หมาป่าเดียวดายเอาแน่เอานอนไม่ได้ วิ่งเล่นไปทั่วทั้งวัน มักจะไม่อยู่บ้าน ดังนั้นจะหวังพึ่งมัน? ฟางเจิ้งคิดว่ากระรอกน่าพึ่งพากว่าอีก พอเงยหน้ากระรอกก็ไม่อยู่บ้านเหมือนกัน ไม่รู้ไปวิ่งเล่นที่ไหน
ฟางเจิ้งเก็บคำพูดที่เพิ่งพูดไปเมื่อครู่กลับมา ตัวเขาเองพึ่งพาได้ที่สุดแล้ว!
ตรงตีนเขา เฉินจินกลับมาอยู่หน้าซาก