“ปู่ ไม่โกรธนะ ย่าพูดถูก”
เอื้อก!
เฉินจินแทบกระอักเลือด
“พ่อ อย่าเถียงเลยน่า เรื่องนี้พวกเราไม่ยอมเด็ดขาด” เฉินหลงเอ่ย
เฉินจินถลึงตามองเฉินหลงแวบหนึ่ง “ถ้าไม่ให้คำอธิบายที่สมเหตุผลกับฉัน วันนี้ฉันจะไม่ยอมจบ! ฉันอุฒส่าห์กลิ้งลงเขามา แต่ทุกคนกลับลืมบุญคุณเนี่ยนะ”
พวกซูหงยิ้มแห้ง ก่อนดึงเฉินจินไปข้างๆ แล้วเล่าทุกอย่างที่เห็นให้ฟัง
เฉินจินได้ยินดังนั้นแล้วก็เงียบ…
“ตาแก่ ฉันรู้นะว่าคุณดื้อ แต่อย่าดื้อเรื่องฟางเจิ้งได้ไหม ไม่อย่างนั้นพวกเราคงไปด้วยกันไม่ได้ คุณจะดื้อก็ไม่เป็นไรหรอก แต่อย่าลืมบุญคุณคน! ถ้าไม่ใช่เพราะฟางเจิ้ง ครอบครัวเรากลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว” ซูหงกล่าว
เฉินจินหยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบเงียบๆ สูบไปสองทีแล้วถาม “พวกเธอไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม?”
“ตาฝาด? พ่อ เห็นคานบ้านนั่นตรงประตูไหม! อย่างอื่นอาจจะตาฝาด แต่นี่น่ะตาฝาดได้เหรอ?” เฉินหลงตอบ
เฉินจินพูดด้วยความสงสัย “ก็มันเป็นไปไม่ค่อยได้นี้ ตอนฉันลงเขาฟางเจิ้งยังอยู่บนเขาอยู่เลย ลงเขามีทางเดียว ถ้าเขาลงมาไม่มีทางที่ฉันจะไม่เห็น แต่ว่า ไม่เห็นเขาเลย! แล้วก็เรื่องคำกลอนคู่นั่น เรื่องนี้มันพิลึกเกินไป…แล้วจะให้ฉันเชื่อได้ยังไง”
“เรื่องคำกลอนเป็นความจริง พวกเราเห็นกันหมด ตาแก่ คุณคิดดูสิ พวกเราไม่อยู่บ้านตลอดทั้งปี บ้านก็เก่าแล้ว ทั้งหมู่บ้านเขาเป็นบ้านปูนกันหมดแล้ว คุณบอกว่าชอบบ้านเก่า แค่เปลี่ยนหน้าต่างก็พอ บ้านไม้คละดินแบบนี้จะทนไฟได้นานแค