า ทันทีที่ฟางเจิ้งกระโดดลงไป…
“ติ๊ง! จิตใจผ่านการฝึกฝน! ยินดีด้วย ได้เป็นร่างสถิตของระบบพระพุทธองค์อย่างเป็นทางการ!”
“อะไรนะ?” ฟางเจิ้งอึ้งอยู่กับที่ ถาม “ระบบ นายพูดอีกทีซิ! เกิดอะไรขึ้น?”
“ตามกฎระบบแล้ว ถ้าก่อนนายลงเขาจิตใจยังไม่ตรงตามเป้าของภิกษุ ระบบจะเลือกร่างสถิตใหม่ แต่ข้อนี้มีกฎซ่อนไว้อยู่ ห้ามฉันบอกกับนายไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม” ระบบพูดอย่างเอ้อระเหย
“ระบบ ฉันล่ะอยากด่านัก!” ฟางเจิ้งอยากด่าจริงๆ ถ้ารู้ว่าเป็นอย่างนี้แต่แรกเขาควรจะกระโดดลงเขาไปแล้ว! แบบนั้นจะได้สึกทันที! ทว่ากลับถูกระบบต้ม…
ระบบเข้าใจความคิดเขามากเลยกล่าวเรียบๆ “ด่าสิ”
“ฉันด่านาย นายจะให้ฟ้าผ่าฉันรึเปล่า?” ฟางเจิ้งถาม
“ต้องสิ! แต่ขอเตือนอย่างเป็นมิตร นายเป็นภิกษุแล้ว และก็เป็นนักบวชอย่างแท้จริง โอกาสด่าได้สามครั้งต่อวันเหลือครั้งเดียว” ระบบกล่าวอย่างมีเหตุผล
ฟางเจิ้งกลืนคำพูดที่อยู่ตรงริมฝีปากกลับไป ก่อนคิดในใจ ‘ไอ้เวร รอฉันช่วยคนก่อนเถอะแล้วจะมาคิดบัญชีกับแก!’
“นายมองลงไปข้างล่างสิ” ระบบเอ่ย
ฟางเจิ้งก้มหน้ามอง หน้าผา ตกจากที่สูง ตาลาย ขาอ่อน…เขากลัวความสูง!
“อ๊าก!”
เมื่อครู่เอาหัวดิ่งลงไป ตอนนี้กรีดร้องโดยจิตใต้สำนึก…
บนเส้นทางลงเขา พวกหวังโอ้วกุ้ยกับหยางผิงวิ่งเร็วที่สุด ตอนนี้เหมือนได้ยินเสียงคนร้อง
หยางผิงกล่าว “ผู้ใหญ่บ้าน จะมีใครเป็นอะไรรึเปล่า?”
หวังโอ้วกุ้ยใจเต้นระรัว รีบให้หยางผิงกลับไปดูว่ามีใครเป็น