ไปอะไรไหม
ตอนนี้เองเฉินจินตามมาทันแล้ว ดวงตาแดงก่ำ กัดฟันแน่น วิ่งลงเขามาอย่างคลุ้มคลั่ง บนหัวมีเลือดไหล เสื้อผ้าก็ขาดไปหลายแห่ง เห็นได้ว่าเขากลิ้งลงเขามา
หวังโอ้วกุ้ยถามไปโดยพลัน “เฉินจินเป็นยังไงบ้าง?”
“บ้านฉันไฟไหม้ ไฟไหม้…ช่วยด้วย!” เฉินจินวิ่งลงเขาพลางร้องเสียงดัง ตอนนี้เขาสำนึกเสียใจจริงๆ เขาไม่ควรห้ามไม่ให้ซูหงตามขึ้นเขาไปด้วยกัน ไม่อย่างนั้นต่อให้ไฟไหม้บ้านคนก็ไม่เป็นไร! สำนึกเสียใจภายหลัง…
โครม!
เกิดเสียงดังสนั่นข้างหน้าผานอกหมู่บ้าน ฝุ่นฟุ้งกระจาย พื้นที่ราบเป็นหลุมใหญ่!
กลางหมอกฝุ่นนั้นมีเสียงคนร้องพร้อมกับวิ่งออกมา “เจ็บๆๆ…เจ็บจังโว้ย…ระบบ ทำไมนายไม่บอกให้ชัดล่ะ เฮ้อ เกือบตาย! เจ็บ…”
เดิมทีฟางเจิ้งตกลงพื้นอย่างวีรบุรุษชั้นยอดได้ ทว่ายืนไม่ไหวจึงเอาก้นล้มลงกับพื้น บนพื้นก็ไม่ได้ดีนัก มีหินนูนขึ้นมาก้อนหนึ่ง พอเอาก้นนั่งลงไป น้ำตาไหลเป็นทาง กุมก้นไว้พลางร้องโอ๊ยและวิ่งไปข้างหน้า
“บอกนายแล้วนี่ว่าเจ็บ” ระบบตอบเรียบๆ
ฟางเจิ้งไม่มีเวลามาเถียงกับเขา ที่คุยก็แค่เพื่อเบนความสนใจไปเท่านั้น จะได้ไม่เจ็บมากเกินไป!
บ้านเฉินจิน ซูหงใกล้จะบ้าแล้ว รอบๆ เป็นเพลิง ออกไปไม่ได้เลย! ในบ้านนอกจากซูหงยังมีลูกชายของเฉินจิน ลูกสะใภ้รวมถึงหลานอายุเพิ่งสามขวบ
คนในครอบครัวถูกขังอยู่ในบ้าน เด็กร้องไห้เสียงดัง ลูกชายเฉินจินจะออกไป ทว่าไฟร้อนแรงเกินไป ประตูนิรภัยถูกเผาจนเปลี่ยนรูป คานบ้านยังตกลงมาขว