างหน้าต่างนิรภัยไว้ ทำให้ออกไปไม่ได้! นอกหน้าต่างก็เป็นไฟทั้งหมด ครอบครัวนี้ตระหนกกันมาก ขาดสติทำอะไรไม่ถูกกันไปนานแล้ว
“แม่ เป็นไงบ้าง ไฟแรงขนาดนี้ ตามหลักควรจะเผาไปแล้วสิ” ลูกชายเฉินจินพลันเห็นว่าสถานการณ์แปลกไปเล็กน้อยเลยถาม
“แกยังสงสัยว่าไฟไม่แรงพออีกเหรอ? ต้องให้เผาพวกเราตายแกถึงจะดีใจใช่ไหม?” ภรรยาเฉินจินกอดลูกไว้พลางร้องเสียงดัง
ซูหงตั้งสติได้ จริงๆ แล้วไฟแรงขนาดนี้ ทำไมไฟยังไม่เผามาถึงในห้อง? พอกวาดสายตามองก็พบภาพที่น่าแปลกใจ! นั่นคือคำกลอนคู่ที่ขอมาตอนเสี่ยวเหนียน เพราะอักษรมันสวยเกินไป แถมยังมีนักเขียนพู่กันจีนมากขนาดนั้นไปขออักษร เฉินจินจึงเกิดความคิดเจ้าเล่ห์ รู้ว่าอักษรนี่ล้ำค่า ทำใจแขวนตากลมตากฝนข้างนอกไม่ได้ เลยแปะไว้ในห้อง
ตอนนี้ไฟลุกหนัก ทว่าอักษรบนคำกลอนคู่บนประตูห้องกลับกำลังสะท้อนแสง อักษรสีดำเหล่านั้นกลายเป็นสีทอง! ขณะเดียวกันนอกตัวคำกลอนติดไฟ แต่คำกลอนกลับไม่ติดไฟ! ที่แปลกกว่านั้นคือแม้จะไม่ติดไฟ แต่คำกลอนก็ยังกลายเป็นเถ้าถ่านช้าๆ!
“คำกลอน! คำกลอนที่ฟางเจิ้งเขียน!” ซูหงชี้คำกลอน
เฉินหลงลูกชายเฉินจินมองไป ก็พบความประหลาดของคำกลอนจริงๆ! จึงปิ๊งความคิด “ไม่ว่าจริงหรือเปล่า ผมจะลองดู!”
เฉินหลงวิ่งเข้าไปจะฉีกคำกลอน จากนั้นตะโกน “ถือคำกลอนออกไป อาจจะช่วยได้!” แต่เพิ่งสัมผัสคำกลอน มันพลันกลายเป็นเถ้าธุลี! เพลิงมากมายหลั่งทะลักเข้ามา!
เฉินหลงถูกไฟโถมใส่จนกลิ้งกลับมา ซ