บแล้ว มาพูดเรื่องของฉันดีกว่า” โอวหยางเฟิงหวากลอกตาไปมา พูดยิ้มๆ
ฟางเจิ้งกังวลแล้ว เด็กคนนี้มีเรื่องอะไรกัน?
โอวหยางเฟิงหวาเอ่ยต่อ “หลวงพี่ ฉันอยากเรียนการเขียนพู่กันจีนของท่าน เอ่อ…ได้ไหมคะ?”
ฟางเจิ้งพูดไม่ออก ในโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีจริงๆ การขยายวัดยังมีเงื่อนไข…แม้เงื่อนไขนี้จะไม่เกินไปก็เถอะ
แต่ฟางเจิ้งก็ยังปฏิเสธ “โยม อาตมาเป็นนักบวช จะไปสอนโยมได้ยังไง? อีกอย่างที่นี่วัด ชายหญิงอยู่ด้วยกันไม่เหมาะสม ถ้าโยมไม่มีธุระอะไรแล้วเชิญลงเขาเถอะ”
โอวหยางเฟิงหวาสวยไหม? คำตอบของฟางเจิ้งคือแน่นอน มีความร่าเริง สวย แต่ยิ่งสวยเท่าไรฟางเจิ้งก็ยิ่งปฏิเสธ! มองได้แต่กินไม่ได้ นั่นต่างหากคือทุกข์ยากแท้จริง! เขาไม่อยากหาเรื่องทุกข์ให้ตัวเอง มิหนำซ้ำวัดก็ไม่เหมาะจะให้ผู้หญิงอยู่จริงๆ ทั้งวัดมีเขาคนเดียวเป็นชายโสดโดดเดี่ยวก็มีเรื่องยุ่งยากมากพอแล้ว
โอวหยางเฟิงหวาไม่คิดเลยว่าฟางเจิ้งจะปฏิเสธตรงไปตรงมาแบบนี้ อีกทั้งยังเดินหนีไป ไม่คิดจะหันกลับมาเลยจึงร้อนใจ ร้องเรียก “หลวงพี่ ฉันอยู่ใต้เขาได้! ขึ้นเขามาเรียนทุกวันไม่ได้เหรอ? รับประกันว่าจะไม่รบกวนการบำเพ็ญเพียรของท่านอย่างเด็ดขาด!”
ฟางเจิ้งโบกมือสื่อว่าไม่ได้เลย น่าตลก อธิบายก็ไม่ตรงจุดสำคัญ แล้วจะไปรับได้ยังไง?
ประตูใหญ่ปิดลง โอวหยางเฟิงหวายืนโกรธอยู่นอกประตู รออยู่นานฟางเจิ้งใจแข็งไม่รับเธอเป็นศิษย์จริงๆ ถึงกระทืบเท้าเดินลงเขาไป
เธอกลับไม่รู้ว่าฟาง