เจิ้งไม่ได้ไป แต่นั่งยองฟังเสียงข้างนอกอยู่ตรงประตู
พอได้ยินเสียงฝีเท้าไปไกล ฟางเจิ้งถึงนอนหมอบอยู่บนสันกำแพง โผล่หัวออกไปมองเงาแผ่นหลังเล็กๆ ของโอวหยางเฟิงหวาพลางส่ายหน้าเล็กน้อย สวดไปบทหนึ่ง “อมิตพุทธ ประเสริฐๆ อาตมามีความแน่วแน่ใช้ได้เลย”
พูดจบเขาก็หัวเราะ ทำสิ่งที่ควรแล้ว ไม่ใส่ใจเรื่องโอวหยางเฟิงหวาเลย เรื่องชายหญิง? เขาไม่คิดถึงเลย…
ใต้ภูเขา อำเภอซงอู่
พวกนักเขียนพู่กันจีนยังไม่กลับบ้าน แต่ไปยังบริษัทติดกรอบภาพทันที เมื่อใส่กรอบคำกลอนที่ฟางเจิ้งเขียนให้แล้วก็แขวนเอาไว้หน้าประตูบ้าน…
“ตาแก่ ไปเอาวัตถุโบราณนี่มาจากไหน? ไม่ได้ถูกหลอกมาใช่ไหม?” หลัวผิงภรรยาซุนก้วนอิงที่กำลังล้างผักเห็นซุนก้วนอิงกลับมาแล้วก็ขยับคำกลอนคู่นั้นไปมา จึงยิ้มถามขึ้น
“วัตถุโบราณอะไร นี่คืออักษรที่ไปขอมาในวันนี้ อักษรดีจริงๆ! มองร้อยรอบก็ไม่เบื่อ” ซุนก้วนอิงมองอักษรหน้าประตูอย่างปลื้มอกปลื้มใจ
“ที่ไปขอมาวันนี้? คุณไปขออักษร? เฮ้ย หายากนะเนี่ย คุณเป็นพวกมองตัวเองสูงมาตลอด คิดว่าอักษรตัวเองดีที่สุดไม่ใช่เหรอ? ทำไม? เปลี่ยนนิสัยแล้ว?” หลัวผิงพูดจบก็เดินเข้าไปในห้องหนังสือ มองอักษร
“เฮ้ยตาแก่ ทำไมอักษรนี่สวยขนาดนี้ล่ะ! แค่มองความว้าวุ่นในใจฉันสงบลงเยอะเลย เหมือนกับมีพระพุทธอยู่ในนั้นเลย…คุณคงไม่ได้ไปขอมาจากวัดไหนหรอกใช่ไหม?” หลัวผิงร้องด้วยความตกใจ
ซุนก้วนอิงหัวเราะ “ใช้ได้นี่! คุณมองครั้งเดียวก็รู้แล้วว่ามาจ