ก็ปวดใจ จะเรียกเจ้าอาวาสหรือสมภารเดิมทีก็ไม่มีอะไร ทว่าทุกคนคิดว่าควรจะเรียกหลวงจีนชรามากกว่า เรียกหลวงจีนน้อยแบบนี้มันไม่รื่นหู
เรียกชื่อฟางเจิ้ง? นี่คือนามทางธรรม เรียกไปก็ไม่มีอะไร แต่ปัญหาคือทุกคนคิดว่าเรียกแบบนี้ไม่เคารพฟางเจิ้ง โดยเฉพาะตอนที่มีคนนอกอยู่จะไม่ดีเอา
คิดไปคิดมา หวังโอ้วกุ้ยเอ่ยต่อ “ไต้ซือฟางเจิ้ง เอ่อ…”
“อมิตพุทธ โยมอย่าเรียกอาตมาว่าไต้ซือเลย อาตมารับไว้ไม่ได้” ฟางเจิ้งพูดจริง คนนอกพูดเขายังยอมรับผ่านๆ ไปได้ แต่คำว่าไต้ซือ คนธรรมดายังไม่ควรค่าแก่การรับไว้จริงๆ ตอนนั้นหลวงจีนหนึ่งนิ้วเคยบอกไว้ว่าไต้ซือมีแรงกดดันหนักหนาเกินไป ถ้าไม่ได้บำเพ็ญเพียรตามหลักพุทธศาสนาก็ไม่มีใครกล้ารับ
ก่อนหน้านี้ฟางเจิ้งยังไม่คิดอะไร แต่เร็วๆ นี้พอได้เห็นของพวกนั้นที่เกี่ยวกับจรรยาบรรณทางพุทธศาสนาแล้วก็ได้ตระหนัก จะไปกล้าให้คนอื่นเรียกตนว่าไต้ซืออีกได้ยังไง?
หวังโอ้วกุ้ยกลุ้มใจ “นี่ก็ไม่ดี นั่นก็ไม่ดี แล้วจะให้เรียกว่ายังไง?”
ฟางเจิ้งตอบเบาๆ “โยมเรียกอาตมาว่าหลวงพี่ฟางเจิ้งก็ได้ ใช้พระธรรมเป็นแบบอย่าง ไม่ใช่ใช้อาตมาเป็นแบบอย่าง”
……………