หลิวเหยี่ยนเป่าก็ได้กลิ่นหอมโจ๊กล่าปา เห็นลูกบัวน่าทาน พระพุทธองค์ พระอรหันต์ต่างๆ ในนั้น นัยน์ตาพลันเต็มไปด้วยความตกใจระคนแปลกใจ! โตมาขนาดนี้ยังไม่เคยเห็นโจ๊กที่พิถีพิถันแบบนี้มาก่อน! อีกอย่างกลิ่นนี่ อย่าว่าแต่กินเลย แค่ดมกลิ่นหนอนตะกละในท้องก็แทบจะคลานออกมา
ตอนนี้เองถานจวี่กั๋วยิ้ม “เอาล่ะ ไม่ต้องมองแล้ว กินเถอะ เอาชามมาพอ ทุกคนอย่ามอง กินกันเถอะ ไม่คิดจริงๆ ว่าเจ้าหนูฟางเจิ้งจะมีฝีมือร้ายกาจขนาดนี้ จึ๊ๆ…”
หลิวเหยี่ยนได้ยินแบบนั้นก็หน้าแดง แม้จะอยากกินแต่กลับกระดากใจ รีบส่งให้ถานจวี่กั๋ว ส่วนตนก็วิ่งไปเอาชามมาตักโจ๊ก
เวลานี้คนอื่นๆ มาถึงแล้ว ทุกคนได้กลิ่นหอม ความสงสัยในใจก่อนหน้าหายไปจนหมด ทุกคนต่างวิ่งมาตักโจ๊กกิน พอกินเข้าไปต่างพูดชมไม่หยุด ทว่าพอได้ยินว่าหนึ่งคนกินได้หนึ่งชามเสียงต่อว่าก็มีไม่น้อย…
และยังมีคนสำนึกเสียใจ…
“เฮ้อ รู้อย่างนี้กินช้าๆ ดีกว่า กินคำเดียวหมดอึดอัดชะมัด ได้แค่ดมกลิ่นแล้ว” ซ่งเอ้อโก่วร้องโอดครวญไม่หยุด เขาดันใจแคบ รีบกินให้หมดแล้วไปตักใหม่ กินเยอะหน่อยจะได้ไม่เสียเปรียบ!
ทว่าพอเขากินหมด คนข้างๆ ยังไม่ได้กินเลย กลิ่นหอมโชยเข้าจมูก ได้ยินเพียงเสียงท้องร้องจ๊อกๆ น้ำลายไหลเป็นสาย จะหันไปไม่มอง? แต่ข้างๆ ก็มีคนกินโจ๊กอยู่เหมือนกัน หันไปอีกก็มีคน! ดังนั้นจึงเงยหน้าขึ้นฟ้า…แต่กลิ่นหอมนี่…
“ทำไมฉันรู้สึกเหมือนกำลังชดใช้กรรมอยู่เลยนะ” ถานหย่งมาอยู่ข้างซ่งเอ้อโก่