ว ถอนหายใจกล่าว
ซ่งเอ้อโก่วตอบกลับ “อย่าพูดกับฉัน กำลังกลั้นหายใจอยู่!”
ถานหย่ง “@¥#…”
ขณะเดียวกันอีกด้านก็มีคนซวย
“ถานหมิง นายบอกว่าขึ้นเขาจะไม่ได้กินของอร่อยไม่ใช่เหรอ? ไหนบอกว่าตอนเช้ากินมาเยอะแล้ว ขึ้นเขายังต้องกินอีกทำไมไม่ใช่เหรอ? ชามล่ะ? ชามของบ้านเราล่ะ?” เหลียงอวี่จ้องถานหมิงด้วยความโกรธ
ถานหมิงที่ก่อนหน้านี้คุยโม้กับหม่าหยวน ตอนนี้กลับมีสีหน้าเก้อเขิน “เหลียงอวี่ เอ่อ…ใครจะรู้ล่ะว่าวัดเล็กจะทำโจ๊กล่าปาหอมแบบนี้ ไม่แน่นะอาจจะหอม แต่ไม่อร่อยก็ได้”
“ถานหมิง ผิดแล้วยังไม่ยอมรับผิดอีกนะ! ได้ ไม่อร่อยใช่ไหม? คุณดูอยู่นี่ละกัน!” พูดจบเหลียงอวี่เดินไป ไม่นานก็ไปยืมชามใหญ่จากบ้านหม่าหยวน ตักโจ๊กมาชามหนึ่งนั่งข้างถานหมิง เป่าควันร้อนพลางดมกลิ่นหอม ก่อนใช้ตะเกียบคีบลูกบัวราวกับหยกขึ้นมา เอ่ยด้วยความแปลกใจ “สวยจริงๆ ถานหมิง คุณดูสิ พระพุทธองค์ข้างบนนี่แกะสลักสวยแค่ไหน”
ถานหมิงเหลือบตามองโจ๊กในชามเหลียงอวี่ มองลูกบัวนั้น กลืนน้ำลายลงคอ กลั้นใจแล้วทำเสียงเหอะๆ “แค่หอม น่ามองเท่านั้น จะต้องไม่อร่อยแน่”
จ๊อกๆ…
“ไม่อร่อยเหรอ? จิ๊ๆ ท้องใครดังน้า?” เหลียงอวี่ถาม
ถานหมิงเบนหน้าหนี เดาว่ากบร้อง ไม่เกี่ยวกับเขา
เหลียงอวี่พลันยกชามไปอีกทาง เอาลูกบัวเข้าไปใกล้หน้าถานหมิง “ไม่กินจริงๆ เหรอ? ไม่กินจริงๆ? งั้นฉันกินนะ!”
พูดจบเหลียงอวี่ก็ใส่ปาก ลูกบัวไม่ใช่ลูกบัวธรรมดา แต่เป็นลูกบัวใต้เขาคุนหลุน เข้