งน้ำเขาก็อร่อยดี”
หวังโอ้วกุ้ยอึ้งไปจากนั้นยิ้ม “ก็ใช่…อีกเดี๋ยวจะโทรไปหาเขาให้เตรียมตัวล่วงหน้า ถึงตอนนั้นถ้าทุกคนไปแล้วไม่ได้ดื่มแม้แต่น้ำจะแย่เอาจริงๆ”
พูดจบหวังโอ้วกุ้ยก็โทรไปหาฟางเจิ้ง บอกจำนวนคนไปแล้วถือโอกาสถามด้วยเลยว่าวัตถุดิบโจ๊กล่าปาพอหรือไม่ ไม่พอเขาจะช่วยจัดการให้
เดิมทีฟางเจิ้งคิดว่าจะมากันสิบยี่สิบคนก็ถือว่าไม่เลว พอได้ยินว่าสามร้อยกว่าคน! เขาพลันตาเหลือกแทบจะหมดสติ! ต้องเตรียมโจ๊กล่าปาจำนวนคนขนาดนี้เชียว?
ฟางเจิ้งสำนึกเสียใจที่ให้หยางหวาไปแล้ว ทำคนเดียวมากขนาดนี้เป็นไปได้เหรอ?
ทว่าพอตรึกตรอง ญาติพี่น้องเหล่านี้ไม่ไปวัดใหญ่ แต่มาวัดเล็กของเขา นี่ก็เพราะความผูกพัน! ทุกคนต่างรักและเอ็นดูเขา เขาก็ไม่ควรจะเยือกเย็นไร้ใจไหม? โจ๊กล่าปานี่ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวต้องใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุด แต่ต้องทำให้ดีที่สุดด้วย!
คิดได้ดังนั้นจึงตอบหวังโอ้วกุ้ย “โยมหวัง อาตมาไม่ต้องการอะไรเป็นพิเศษ แค่ขอหม้อสักสองใบได้ไหม? แล้วก็เตรียมชามกันมาเอง!”
หวังโอ้วกุ้ยหัวเราะ กล่าวรับปากวางใจให้เขาจัดการทุกอย่างเอง
วันที่สอง หวังโอ้วกุ้ยให้คนส่งหม้อเหล็กใบใหญ่มาห้าใบ ขณะเดียวกันก็ช่วยฟางเจิ้งก่อฐานเตาห้าแห่ง หยางหวาพาคนไปหาฟืนมาจำนวนมาก รวมกับที่ฟางเจิ้งกับหมาป่าเดียวดายไปเก็บมาแล้วก็น่าจะพอใช้
หลังส่งทุกคนกลับ ฟางเจิ้งมองแถวหม้อใบใหญ่ตรงปากประตู ก่อนเงยหน้ามองฟ้าพลางถอนหายใจด้วยความเศร้า “นี่ฉันฆ่าตัว