ึยัง?”
หม่าขุยถอนหายใจ ยืนขึ้นโค้งตัวแสดงความเคารพ “คนเราดูที่หน้าตาภายนอกไม่ได้ น้ำทะเลไม่อาจวัดได้จริงๆ ไต้ซือมีกลอุบายที่ร้ายกาจมาก! ผมสำนึกผิดแล้ว จากนี้จะไม่ทำแบบนี้อีก ขอบคุณไต้ซือที่ชี้แนะมากครับ!”
ฟางเจิ้งยิ้มเล็กน้อย
หม่าขุยขอตัวลาไป แต่ในอุโบสถมีเงินจุดธูปใหม่เอี่ยมปึกหนึ่ง
หมาป่าเดียวดายวิ่งเข้าไปคาบมาวางในมือฟางเจิ้ง
ฟางเจิ้งหัวเราะแหะๆ “ดูแล้วน่าจะหนึ่งหมื่น เป็นคนรวยจริงๆ นะ”
พูดจบฟางเจิ้งยืนขึ้น กระรอกเริ่มบังคับอีกครั้ง พาเขาไปข้างหลัง คนหมาป่ากระรอกร่วมมือกันทำอาหารอีกครั้ง
หม่าขุยลงเขาไปแล้ว ขึ้นรถหรูที่ผลิตในประเทศคันหนึ่ง
“เณรเป็นยังไงบ้าง?” ชายวัยกลางคนบนรถถาม
หม่าขุยตอบ “เทพ! น่าเสียดายตาบอด”
“เก่งขนาดนั้นเลยเหรอ?” ชายวัยกลางคนถาม
“จริงๆ ฉันหม่าขุยโตมาขนาดนี้ไม่เคยเจอไต้ซือเก่งกาจแบบนี้มาก่อน! พี่ใหญ่ ผมคิดมาตลอดว่าผมรักเงิน ตอนนี้เพิ่งรู้ว่าไม่ใช่! พี่ใหญ่ หลังกลับไปแล้วพี่หาคนมาขับรถให้พี่เถอะ ผมจะกลับบ้าน…เฮ้อ คิดถึงลูกเมีย” หม่าขุยถอนหายใจ
“นายคิดอย่างนี้ได้ก็แปลว่าเขามีความสามารถจริงๆ ส่วนคนขับรถ ถ้าไม่มีคนขับ ฉันขับเองไม่ได้รึไง? ให้นายขับรถให้ฉันก็เพราะเห็นว่านายเอ้อระเหยไปมา ช่วยน้องๆ ดูนายก็เท่านั้น! คนประหยัดอย่างนายเนี่ยเอาแต่ใช้ชีวิตไปวันๆ…” ชายคนนั้นกล่าว
หม่าขุยแบะปาก เหยียบคันเร่งเดินหน้าไป
แต่ทางด้านฟางเจิ้ง…
“แค่กๆ…”
จี๊ดๆๆ…
โฮ่ง…
ฟางเจิ้งไอสำ