“พี่ใหญ่ พวกเราสนิทกันขนาดนี้แล้ว ไม่เล่นแล้วไม่ได้เหรอ? นายบอกทีว่าเจ็บไหม!” ฟางเจิ้งกล่าว
“ไม่เจ็บ!” ระบบตอบ
“เร็วไหม!” ฟางเจิ้งถามอย่างเด็ดขาด
“เร็วมาก” ระบบตอบ
“แล้วจะรออะไรล่ะ? ยกระดับ!” ฟางเจิ้งเอ่ย
“ติ๊ง! ยินดีด้วยนายยกระดับเนตรสวรรค์เป็นระดับสอง สามารถมองเห็นโชคภัยในหนึ่งสัปดาห์ต่อหนึ่งคน!”
“เดี๋ยวๆๆ…นายอย่าเพิ่งพูด ทำไมฉันมองไม่เห็นอะไรเลยล่ะ!” ฟางเจิ้งพลันร้องขึ้น
“นายมีกายเนื้อธรรมดา ยกระดับเนตรสวรรค์ง่าย แต่ก็ต้องหล่อหลอมกับเนตรสวรรค์ ต้องใช้เวลาสามวัน! ในสามวันนี้นายจะมองไม่เห็นอะไรเลย!” ระบบพูดขึ้นด้วยความกังวล
“ฉัน…” ฟางเจิ้งอยากจะด่าออกไปตามจิตใต้สำนึก แต่ก็อดกลั้นเอาไว้ อยู่กับระบบมานานเลยเปลี่ยนคำพูดติดปากไปโดยไม่รู้ตัว เขาชี้ขึ้นฟ้าพลางพูดด้วยความโกรธ “ฉันไม่เห็นอะไรเลย แล้วฉันจะใช้ชีวิตยังไงเนี่ย? จะหุงข้าวยังไง? จะกวาดอุโบสถยังไง?”
“นี่เป็นปัญหาจริงๆ” ระบบกล่าว
“เป็นปัญหาหนักมากด้วย” ฟางเจิ้งเสริม
“ดังนั้นนายต้องคิดให้ดีๆ ไม่อย่างนั้นจะหิวแย่ อืม หิวสามวันยังไม่ตาย นายดื่มน้ำเยอะหน่อยได้” จากนั้นระบบก็หายไป
ฟางเจิ้งเหม่ออยู่กับที่ ตะโกนด้วยความโมโห “นี่คือคำแนะนำที่นายให้ฉันเหรอ? นายยังเป็นคนอยู่ไหม? เอ่อ…นายไม่ใช่คนจริงๆ เหรอ!”
ครืน!
“ฉันไม่ได้ด่าสักหน่อย นี่คือความจริง! หรือว่านายเป็นคน?” ฟางเจิ้งพลันเกิดคำถาม จึงเงยหน้ามองฟ้า
ไม่มีฟ้าผ่าลงมา ฟางเจิ้งลูบคางพล