ฟืนมา ถ้าฟืนไม่พอก็หิวไป”
หมาป่าเดียวดายได้ยินแบบนั้นก็วิ่งออกไปทันที สำหรับมันแล้วความหิวเหมือนเป็นเรื่องที่เคยประสบมาก่อนหน้านี้นานมากแล้ว แม้หมาป่าจะทนหิวได้ แต่มันที่ชินกับการกินข้าว วันนี้จึงหิวจริงๆ!
ตอนที่ฟางเจิ้งหิวจนเซอยู่กับที่ไปรอบๆ นั้น มีคนมา
“มีคนไหม?” เสียงผู้ชายดังแว่วมา ฟางเจิ้งตบบ่ากระรอกให้มันไปนำทาง
ความจริงเขาจัดการของในลานทุกวัน วัดใหญ่ขนาดนี้เลยจำได้ขึ้นใจนานแล้ว แต่เป็นครั้งแรกที่ตาบอด ในใจก็ไม่มีแผนผัง กระรอกนั่งยองบนบ่าเขา ถ้าเดินเอียงก็จะดึงใบหู ถ้าดึงไปข้างหน้าจะเลี้ยวซ้าย ดึงข้างหลังเลี้ยวขวา!
ดังนั้นในที่สุดฟางเจิ้งก็ออกมาจากหลังลาน มาที่ข้างหน้า ประนมสองมือ “อมิตพุทธ โยมมีเรื่องอะไรหรือ?”
“ไต้ซือ ท่าน…” คนที่มาเป็นชายร่างกำยำซื่อๆ เห็นฟางเจิ้งดวงตากลมโตแต่กลับไม่มีประกายวาว แถมยังประนมสองมือกับอากาศ จึงรู้สึกว่าพึ่งพาไม่ได้อยู่เล็กน้อย
ฟางเจิ้งได้ยินเสียงก็รู้ว่าพบปัญหาเรื่องทิศทาง แต่เขาไม่รีบร้อน หมุนตัวกลับมา “สองวันมานี้อาตมามองไม่เห็น โยมมีเรื่องอะไรหรือ?”
“มองไม่เห็นมาสองวัน? มองไม่เห็นยังนับเป็นวันได้ด้วย?” ชายร่างกำยำอึ้งตาค้าง หลวงจีนนี่เล่นอะไรกับเขา?
แต่ชายร่างกำยำก็ยังอดกลั้นไว้ เกาหัวกล่าว “ไต้ซือ คือหม่าเจวียนแนะนำผมมา เธอบอกว่าท่านเก่งกาจมาก เอ่อ ท่านช่วยไขข้อสงสัยให้ผมได้รึเปล่า?”
ฟางเจิ้งพยักหน้า “โยมลองพูดมาเถอะ ถ้าอาตมาช่วยได้ก็จะช่