เฉินจิ้งแทบจะเป็นบ้า ตอนแรกคิดจะรอพวกคนที่มาไหว้พระ ว่าจะอาศัยข้อได้เปรียบจากการวิจารณ์มาบีบฟางเจิ้งให้ยอมจำนน แต่รอมาวันหนึ่งไม่มีใครมาเลย ฟ้าใกล้จะมืดแล้วก็นึกถึงเรื่องราวที่ประสบเมื่อคืนวาน เฉินจิ้งรับไม่ไหวจริงๆ
ท้องร้องดังจ๊อกๆ ไม่เท่าไร เดินเร็วหน่อยก็เจ็บ เหมือนมีแผ่นกระเบื้องกลิ้งไปมาในท้อง
ขยับเจ็บ ไม่ขยับ หิว หนาว!
ดวงจันทร์ค่อยๆ ลอยขึ้นฟ้า เฉินจิ้งรู้สึกแค่ว่าของในท้องเริ่มขยับลงข้างล่าง ทำเอาตกใจจนเกร็งรูทวาร หรือว่าจะคลอดแล้ว?
พอคิดได้ดังนั้นเฉินจิ้งก็แทบจะวิญญาณออกจากร่าง การคลอดเด็กปกติต้องมีผู้ทำคลอดกับการเตรียมพร้อมต่างๆ ในวันหิมะตกแบบนี้ เขาจะคลอดจริงๆ เหรอ…ถ้าหาก…แท้งล่ะจะทำยังไง?
เฉินจิ้งยิ่งคิดยิ่งกลัว…
พอกลัวก็หมดแรงล้มลงนั่งกับพื้น วัตถุในท้องขยับลงมาตลอด มีความรู้สึกเหมือนฟ้าถล่ม เฉินจิ้งรู้สึกว่าในความคิดขุ่นมัว ไม่คิดอะไรแล้ว เกิดความรู้สึกอยากระเบิดตัวตาย ไม่เห็นความหวังสักนิด
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร เฉินจิ้งพลันถอนหายใจ “ช่างเถอะ ตอนแรกไม่มีความแค้นต่อกัน ฉันกลับจะทำลายชื่อเสียงเขา…บางทีนี่คงเป็นกรรมของเรา ทำชั่วก็ได้ชั่ว…คลอดลูก? คลอดก็คลอดเถอะ ยอมรับเวรกรรมที่ทำไว้…” พอคิดได้ดังนั้นเฉินจิ้งกัดฟันลุกขึ้นเตรียมจะลงเขา
ตอนนี้เองมีเสียงสวดดังมาจากในวัด “อมิตพุทธ ประเสริฐๆ โยมหันกลับมา น่ายินดีจริงๆ”
สิ้นเสียงเฉินจิ้งรู้สึกว่าท้องเบาลง ก้มหน้ามองหน้าท้