ออย่างยากลำบาก “ไม่ได้ตาฝาด…นี่มันปาฏิหาริย์จริง”
เฉินจิ้งร้องถาม “หมอ ทำไมเหรอ?”
หมอซุนก็ไม่รู้ว่าจะพูดกับเฉินจิ้งยังไง “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรครับ กล้ามเนื้อหดตัวน่ะ ไปห้องผู้ป่วยก่อนเถอะ”
พูดจบหมอซุนเดินออกจากประตูไป ข้างนอกมีคนมารอแล้ว นั่นคือถังถังที่กินข้าวกับเฉินจิ้งก่อนหน้า
“หมอคะอาการเป็นยังไงบ้าง?” ถังถังถาม
หมอซุนยิ้มแห้ง “เอ่อ…คุณเป็นอะไรกับคนไข้ครับ?”
“เพื่อนค่ะ” ถังถังตอบ
“ให้ครอบครัวเขามาเถอะ อาการคนไข้พิเศษอยู่เล็กน้อย” หมอซุนกล่าว เรื่องนี้เขาไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี เลยเลือกปกปิดความลับไว้
“มะเร็งเหรอคะ?” ถังถังเห็นดังนั้นก็จิตตก หยั่งเชิงถามไปโดยจิตใต้สำนึก
ตอนนี้เองเฉินจิ้งถูกเข็นออกมา ได้ฟังสองคำนี้พอดีก็ตกใจจนแทบจะกลิ้งตกเตียง “มะเร็ง? มะเร็งอะไร? ถังถังพูดให้ชัดซิ!”
ถังถังรีบบอก “อย่าๆๆ…นายอย่าใจร้อน ฉันแค่เดาเอง”
หมอซุนพูดต่อ “ใจเย็นๆ ครับ เธอคาดเดาไปเองจริงๆ คุณไม่ได้เป็นมะเร็ง”
ไม่อธิบายยังพอว่า พออธิบายเฉินจิ้งรู้สึกว่าโลกดำมืด หัวเราะแห้งๆ สองที “เหอะๆ…พวกคุณหลอกผม! รวมหัวกันหลอกผม! กลัวว่าผมรู้ความจริงใช่ไหม? วางใจเถอะ ใจผมแข็งพอ…แข็ง….ฮือๆๆ…ว๊าก…ทำไมฉันถึงเป็นมะเร็ง….อ๊าก…” ยังพูดไม่จบ เฉินจิ้งก็ร้องไห้ฟูมฟาย
ถังถังรีบเข้ามากดเขาไม่ให้ขยับมั่วซั่ว หมอซุนก็อธิบายไม่หยุด แต่เฉินจิ้งไม่เชื่อ! เอาแต่ร้องไม่หยุด “อย่าหลอกผม….ฮือๆๆ ผมเข้าใจ! ฮือๆๆๆ ชีวิตผมจะมีควา