่านไปพักหนึ่ง มู่หลิงลั่วก็เกิดความรู้สึกมากมาย นางรู้ว่าจะต้องมีระดับขั้นที่เหนือขึ้นไปจากขั้นถ้ำสวรรค์สามเป็นแน่ แต่ไม่คาดคิดว่าจะมากถึงขั้นถ้ำสวรรค์เก้า
เรื่องนี้ทำให้นางยิ่งอยากรู้ระดับขั้นของเจียงฉางเชิงมากขึ้น จึงถามว่า“พี่ฉางเชิง ท่านเก่งกาจถึงเพียงนี้ คงจะต้องอยู่ในขั้นถ้ำสวรรค์เก้ากระมัง เพราะพลังระดับนี้จึงจะสอดคล้องพลังของเซียน”
เจียงฉางเชิงยิ้มและกล่าวว่า“ทำนองนั้นกระมัง”
มู่หลิงลั่วพลันเกิดความนับถือเลื่อมใสขึ้นมา
สองปีต่อมา ฤดูใบไม้ผลิในปีใหม่ ปีซุ่นเทียนที่ห้าสิบสี่ ฮ่องเต้เริ่มกักตัวฝึกฝนศาสตร์แห่งยุทธ์และมอบหมายการดูแลแคว้นของต้าจิ่งให้องค์รัชทายาทเจียงเชอทั้งหมด ความสามารถของเจียงเชอได้รับความไว้วางใจจากผู้คนในแผ่นดินแล้ว แต่ก็เกิดเสียงเล่าลืออื่นๆ ขึ้นมาตามท้องถนนด้วยเช่นกัน ทุกคนรู้ดีว่าฮ่องเต้ฝึกยุทธ์เพื่อยืดอายุของตน แต่ยิ่งเขาครองราชย์ได้นานเท่าใดองค์รัชทายาทก็จะยิ่งย่ำแย่“คงไม่ใช่ว่าองค์รัชทายาทผู้นี้จะเป็นองค์รัชทายาทองค์แรกที่ทั้งที่ได้ดูแลบ้านเมืองแล้วแต่กลับไม่ได้ขึ้นครองบัลลังก์หรอกกระมัง”
หลายปีมานี้ เจียงเชอก็ได้บ่มเพาะคนสนิทของตนไว้เช่นกัน และถึงกับให้คนจำนวนหนึ่งคอยสังเกตดูความรู้สึกของผู้คนและในยุทธภพด้วย และเขาก็ได้ยินเสียงเล่าลือเหล่านี้จากผู้คนที่ประสงค์ร้ายด้วยเช่นกัน ซึ่งทำให้เขายิ่งเป็นทุกข์มากขึ้น องค์รัชทายาทที่พระชนม์มายุสี่สิบสี่ชันษาแล้ว