จึงไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้าอีกต่อไป
วันนี้จีอู๋จวินมาเยี่ยมเจียงฉางเชิง ซึ่งเจียงฉางเชิงก็เต็มใจที่จะพบกับยอดฝีมือขั้นถ้ำสวรรค์หกผู้นี้ ภายหน้าหากเขาต้องเก็บตัวฝึกวิชาก็สามารถให้จีอู๋จวินช่วยปกป้องต้าจิ่งให้เขาได้ จีอู๋จวินกล้าไปกำจัดต้นดับโลกาเพียงลำพังแสดงให้เห็นว่านางมีจิตใจที่ทรงคุณธรรมใหญ่หลวง กอปรกับไม่มีตระกูลจี้ยู่อีกแล้ว จึงสามารถทาบทามตัวนางมาได้
ในสองปีนี้ เจียงฉางเชิงได้เฝ้าสังเกตจีอู๋จวินเรื่อยมา นางประพฤติตัวดียิ่ง ไม่เคยแอบทำเรื่องไม่ควร และยังรักษาระยะห่างกับราชสำนักด้วย
“ท่านมรรคาจารย์ ระยะนี้มีคนจากราชสำนักมาสืบสวนข้า แม้แต่ยามกลางคืนก็มีคนลอบเข้ามาในคฤหาสน์ข้าด้วย ท่านช่วยพูดให้ข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”
จีอู๋จวินรู้สึกอ่อนใจนัก หากมิใช่เพราะเห็นแก่หน้ามรรคาจารย์ นางหรือจะยอมอดทนกับผู้คนไร้มารยาทเยี่ยงนี้ เจียงฉางเชิงกล่าวว่า“ได้ ข้าจะบอกกับองค์รัชทายาทให้”
จีอู๋จวินนั่งลงตรงหน้าเขาแล้วพูดว่า“ท่านมรรคาจารย์ เมื่อใดท่านจะว่างมาประลองกับข้าสักครั้งเจ้าคะ ข้ารู้ว่าข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่าน แต่ข้าก็อยากประมือกับผู้ที่แข็งแกร่งเช่นท่าน จะได้เพิ่มพูนความรู้ในศาสตร์แห่งยุทธ์เจ้าค่ะ”
ทันทีสิ้นเสียง เยี่ยสวินตี๋ก็ขยับเข้ามาและพูดว่า“แม่นาง มิเช่นนั้นท่านและข้ามาประลองกันก่อนดีหรือไม่”
จีอู๋จวินขมวดคิ้ว รู้สึกรำคาญใจขึ้นมา เจียงฉางเชิงกล่าวอย่างผ่อนคลายว่า“ดูทีว่าแม่นางจะมีคำตอบแล้ว