ตอนนี้โหวจื่อขับรถอยู่บนถนน แน่นอนว่าเล่นมือถือไม่ได้
ฟางเจิ้งเห็นโหวจื่อไม่ตอบกลับ จึงเรียกหมาป่าเดียวดายที่แอบไปเที่ยวเล่นให้ออกมาถ่ายรูปอย่างปลื้มอกปลื้มใจ เล่นกันสนุกสนาน ด้วยความอารมณ์ดี เล่นอะไรก็สนุกไปหมด!
ฟางเจิ้งเล่นสนุกใหญ่ หยิบไม้หลายท่อนมาต่อเข้าด้วยกัน ด้านล่างท่อนไม้ติดด้วยเหล็ก ทำเป็นรถลากเลื่อนบนหิมะ ก่อนจะจับหมาป่าเดียวดายที่คิดหนีกลับมา ผูกให้ดี จากนั้นก็ขี่ไป!
หมาป่าเดียวดายวิ่งไปด้วยความคับอกคับใจ วิ่งไปพลางเห่าไปพลาง “ฉันฟังเข้าใจนะ นายพูดภาษาคนไม่ได้รึไง? ฉันไม่ใช่ม้า ไม่ใช่ลา ฉันเป็นหมาป่า!”
“ดี ไปเลย!”
“ฉันเป็นหมาป่า!”
“บรู้วๆๆ!”
“นาย…”
………..
อู๋ฉางสี่กลับเข้าอำเภอแล้วก็ได้รับสายจากสำนักพิมพ์ บอกว่าให้เขากลับไปทำงาน อู๋ฉางสี่พลันหัวเราะ ทิ้งโหวจื่อกับพั่งจื่อไว้รีบกลับไปเขียนต้นฉบับ
พั่งจื่อกับโหวจื่อคุยโม้ในโซเชียลถึงความมหัศจรรย์ของหลวงจีนในวัดเอกดรรชนีอย่างสุดกำลังเพื่อของกินเหมือนกัน
จิ่งเหยียนกลับสำนักพิมพ์แล้ว สิ่งแรกที่ทำคือเขียนต้นฉบับ แม้สิ่งที่ประสบมาในวันนี้จะไม่ดีนัก แต่ต้องพูดเลยว่าวันนี้เธอได้เห็นปาฏิหาริย์!
เฉินจิ้งเองแม้กำลังเขียนต้นฉบับ แต่กำลังตรึกตรองอยู่ว่าจะเขียนให้หลวงจีนนั่นเป็นนักบวชอันธพาลอย่างไร…ในมุมมองเขา จะเขียนเกี่ยวกับการประลองไม่ได้ เพราะมีศักยภาพของอีกฝ่ายอยู่ ประกอบกับโอวหยางหวาไจเป็นฝ่ายยอมแพ้เอง ขืนพูดอะไรอีกก็ถือเป็นการตบ