หน้าตัวเอง ดังนั้นเขาจึงเล็งเป้าหมายไปที่หมาป่าเดียวดาย
‘หลวงจีนปล่อยหมาป่ามากัดคน ชาวบ้านตรงตีนเขาต่างหวาดกลัว…’
ไชฟางก็กำลังกัดด้ามปากกา กำลังตรึกตรองทุกตัวอักษรว่าควรจะเขียนอย่างไรดี โดยพื้นฐานจะใช้การพรรณนาตามจริงเขียนต้นฉบับนี้…
ในเมืองอำเภอ พวกคนหน้าแบนเข้ามาชิดใกล้กัน ยังคงโมโหอยู่ไม่หาย จึงพากันเข้าไปในโซเชียลมีเดียต่างๆ แล้วเริ่มสาดโคลนใส่วัดเอกดรรชนี
อย่างไรโซเชียลมีเดียก็เร็วกว่าข่าว หลังจากคนหน้าแบนโพสต์ลงในบอร์ดกระทู้ ก็มีคนไม่น้อยออกมาแสดงความเห็น
“บอกแล้วไง นักบวชเต๋าลงเขามาช่วยโลกในกลียุค แต่หลวงจีนปิดประตูหนีภัย นักบวชเต๋ากลับเขาลึกยามโลกสงบสุข แต่หลวงจีนออกจากเขามาเรี่ยไรเงิน สมัยนี้หลวงจีนเชื่อถือไม่ได้!”
“หลวงจีนนี่ไร้ยางอายมากเลย ปล่อยหมาป่ามากัดคนอย่างไม่มีเหตุผล เกินไปแล้วจริงๆ”
“ฉันก็อยากรู้นะว่าคนธรรมดาเลี้ยงสัตว์ป่าแบบนี้ได้ยังไง? ไม่มีใครสนใจเลยเหรอ? ข้าราชการท้องถิ่นนี่ก็ทำงานห่วยเกินไปแล้วมั้ง”
“ถูก ไม่มีคนไปตรวจสอบเลยรึไง?”
คนหน้าแบนเห็นคนเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปก็ได้ความคิดขึ้นมา พลันใส่ไฟเข้าไปอีก กระทั่งแท็กตำรวจป่าไม้ท้องที่ หน่วยงานคุ้มครองสัตว์อะไรพวกนี้ด้วย กลัวว่าเรื่องจะไม่ใหญ่มากพอ!
วันที่สอง ต้นฉบับของเฉินจิ้งถูกส่งออกไป เดิมทีหัวข้อสนทนาที่ว่าเลี้ยงหมาป่าไว้รอบวัดเหมาะสมหรือไม่ก็กลายเป็นประเด็นร้อนแรง!
“อะไรนะ? หลวงจีนนั่นปล่อยหมาป่ามากัดคนจริง